จุดประสงค์บางอย่างในตอนแรก แต่เมื่อนางเห็นว่าแม้แต่สมบัติวิญญาณยังคิดว่าลู่เฉินไม่ได้ปกปิดสิ่งใด นางก็หัวเราะออกมา “สาวน้อย แม้แต่สมบัติวิญญาณก็ยังคิดว่าเขาไม่มีสิ่งใดแอบแฝง เช่นนั้นก็ไม่เป็นอันใดแล้ว”
“นั่นต้องผ่านการทดสอบจากท่านยายก่อน!” หวังอวี่ดูไม่พอใจเล็กน้อย
ท่านยายเก็บสมบัติวิญญาณ จากนั้นก็จ้องมองที่ลู่เฉินสักพักแล้วพูดว่า “หากจะผ่านการทดสอบของพระราชวังไร้หน้าของข้านั้น มันไม่ง่ายนัก”
“พูดมา!” ลู่เฉินไม่มีความกังวลใด ๆ เลยสักนิด
“ในพระราชวังไร้หน้าของข้า มีภูเขาที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ และมีแมลงแปลก ๆ อยู่ฝูงหนึ่ง หากเจ้าอยากเข้าร่วมสำนักของข้า เจ้าต้องเข้าไปในท่ามกลางฝูงแมลงนั้น แล้วหาแผ่นป้ายสีเขียวที่มีใบหน้าสลักอยู่บนนั้นให้ได้” ท่านยายกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เถ้าแก่เนี้ยก็ตกใจ “ท่านยาย ภารกิจนี่มันเกินไปหน่อยหรือไม่?”
“อันใด? อ้อนวอนแทนเขาหรือ?”
“ไม่ใช่ ข้าแค่คิดว่าแมลงพวกนั้น… แม้แต่พวกเราก็ยังจัดการยาก แล้วเขาจะไหวหรือ?” เถ้าแก่เนี้ยพูดอย่างกังวล แต่ท่านยายกลับฉีกยิ้ม “เขาอยู่ในขั้นสร้างรากฐาน ถ้าเขาต้องการเข้าร่วมกับเรา เขาต้องมีฝีมือเสียหน่อย มิเช่นนั้นก็จงรีบไสหัวออกไปเสียจะดีกว่า!”
เถ้าแก่เนี้ยจึงทำได้เพียงมองไปยังลู่เฉิน ซึ่งชายหนุ่มก็พลันเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “นำทางไป”
ท่านยายไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะไม่กลัว ดังนั้นนางจึงพูดกับเถ้าแก่เนี้ยและหวังอวี่ว่า “เจ้าสองคนส่งเขา