ใครสามารถอธิบายให้ลู่เฉินฟังได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงจำต้องเก็บกระดูกไว้ จากนั้นจึงลงจากภูเขาไปพร้อมกับแผ่นป้าย
สตรีสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ จนกระทั่งลู่เฉินปรากฏตัว หวังอวี่ก็เป็นอันต้องตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะเยาะ “อันใด? เจ้าหนีกลับมาหรือ?”
เถ้าแก่เนี้ยสูดลมหายใจและพูดว่า “หากเจ้าต้องการออกจากพระราชวังไร้หน้าตอนนี้ มันก็ยังไม่สายเกินไป!”
ทว่าลู่เฉินกลับหยิบแผ่นป้ายออกมาโดยไม่คาดคิด “ข้าโชคดี จึงไปพบมันเข้า”
ทั้งสองตกตะลึงไปทันที และแม้กระทั่งคิดว่าพวกนางอาจตาฝาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหวังอวี่คว้าแผ่นป้ายมาพลิกไปมา ในที่สุดนางก็พูดขึ้นว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร!”
เถ้าแก่เนี้ยถามอย่างเร่งรัดว่า “เจ้าพบมันที่ใด?”
“บนภูเขา” ลู่เฉินตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ ทว่าเถ้าแก่เนี้ยกลับยังคงถามต่อไปว่า “มันอยู่ที่ใดบนภูเขา?”
“ข้าพบมันในขณะที่ข้าเดินไป และข้าก็ลืมไปแล้วว่ามันคือบริเวณใด”
แต่เถ้าแก่เนี้ยกลับรู้สึกแปลก ๆ ส่วนหวังอวี่ก็เอาแต่จ้องไปที่ลู่เฉิน “แมลงพวกนั้นไม่ไล่ตามเจ้าหรือ?”
“ข้าโชคดี จึงไม่เห็นแมลง” ลู่เฉินยิ้ม
ทว่าหวังอวี่ไม่เชื่อ ดังนั้นนางจึงจงใจเข้าไปในหมอกดูบ้าง แต่หลังจากนั้นไม่นาน นางก็รีบวิ่งออกมาและกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก “จะไม่มีแมลงได้อย่างไร!”
เถ้าแก่เนี้ยเองก็อยากรู้อยากเห็นเช่นกัน นางจึงเดินเข้าไป จากนั้นก็รีบออกมาและมองไปที่ลู่เฉินอย่างแปลกประหลาด “พาพวกเราขึ้นไปดูที”
“ข้ามี