นใด เขาเดินหายเข้าไปต่อหน้าพวกนาง
หวังอวี่หัวเราะเยาะ “ผีสุรา ดูสิ เขาบ้าไปแล้ว!”
“เขาคงไม่ได้เก่งกาจเสียจนไม่กลัวแมลงพวกนั้นจริง ๆ หรอกนะ?” เถ้าแก่เนี้ยเริ่มสงสัย แต่หวังอวี่ไม่คิดเช่นนั้น และยังคงกล่าวต่อไปว่า “เขาน่ะหรือ? ข้าเดาว่าไม่นาน เขาก็คงจะกรีดร้อง หลังจากนั้นก็ตะโกนว่า ‘แมลง แมลง~’ เป็นแน่”
เถ้าแก่เนี้ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่เขาเข้าไปแล้ว และยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ไม่มีแม้แต่เสียงใด ๆ!”
หวังอวี่มีท่าทีลังเล “คงไม่ได้ตายไปแล้วหรอกกระมัง?”
“ก่อนตายก็ควรตะโกนสักหน่อย” เถ้าแก่เนี้ยกล่าว
“หรือบางทีเขาอาจถูกกินไปแล้ว!”
อย่างไรก็ตาม บนภูเขาในเวลานี้ แมลงกลุ่มหนึ่งอยู่ห่างจากลู่เฉินและไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะถึงอย่างไรเสียลู่เฉินในยามนี้ก็เป็นถึง ‘ราชันย์แมลงบรรพกาล’ และแมลงเหล่านั้นก็เป็นอันต้องหวาดกลัวเมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งราชันย์ เลยพากันมองดูจากไกล ๆ ไม่กล้าเข้ามาใกล้
“ข้ากำลังหาแผ่นป้าย เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันอยู่ที่ใด?” ลู่เฉินสื่อสารกับแมลงเหล่านั้นด้วยภาษาแมลง และแมลงเหล่านี้ก็พากันถามว่าแผ่นป้ายนั้นมีลักษณะอย่างไร
เมื่อลู่เฉินบอกลักษณะของแผ่นป้าย แมลงเหล่านี้ก็เป็นฝ่ายนำทาง
หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็ได้พบแผ่นป้ายในกองหินบริเวณไหล่เขา
ทว่าข้างแผ่นป้ายมีโครงกระดูกปรากฏอยู่
เมื่อมองไปที่โครงกระดูก ลู่เฉินก็รู้สึกสงสัยว่า “มีใครเอามันเข้ามาหรือ?”
ทว่าไม่มี