จ้า!”
สติของหวังอวี่ใกล้จะพังทลายแล้ว แต่เถ้าแก่เนี้ยกลับรีบพูดว่า “อย่า อย่าตื่นเต้นไป ข้าคืนของให้ เรื่องทุกอย่างก็จบแล้ว!”
หลังจากพูดจบ เถ้าแก่เนี้ยก็รีบหยิบกล่องออกมาและยัดใส่มือของนาง ทำให้ท่าทีของหวังอวี่ค่อย ๆ สงบลง ทิ้งไว้เพียงเม็ดเหงื่อชื้นที่ปกคลุมเต็มหน้าผากและเสียงหอบหายใจอันหนักหน่วง
เถ้าแก่เนี้ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ข้าก็บอกแล้ว สาวน้อย เหตุใดเจ้าต้องเป็นเช่นนี้ด้วย?”
หวังอวี่วางกล่องนี้แล้วจ้องไปที่ลู่เฉิน “ใครให้เขายั่วโมโหข้า!”
ลู่เฉินยิ้มอย่างขมขื่น “เห็นได้ชัดว่าเจ้าทำลายการป้องกันของข้าไม่ได้ เจ้าจะโทษว่าข้าทำให้เจ้าโมโหได้อย่างไร?”
“แต่เจ้าทำให้ข้าโกรธ!” หวังอวี่รู้สึกกลัดกลุ้มใจ และในขณะนี้เอง เสียงของหญิงชราในพระราชวังก็พลันร้องถามขึ้นว่า “เกิดอันใดขึ้น?”
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เมื่อครู่ได้ปลุกท่านยายในพระราชวัง เถ้าแก่เนี้ยจึงรีบพูดด้วยความเคารพว่า “ท่านยาย มีคนอยากเข้าร่วมพระราชวังไร้หน้า แต่เขามีพลังที่แปลกเฉพาะ และไม่สามารถทดสอบได้เลย ข้าจึงพาเขามาที่นี่เพื่อให้ท่านพิจารณาดู!”
“แล้วกลิ่นอายเมื่อครู่เล่า?” เสียงจากหญิงชราถามอย่างสงสัยในความมืด
เถ้าแก่เนี้ยมองไปที่หวังอวี่ทันที “รีบพูดเร็ว”
หวังอวี่พูดอย่างเสียใจว่า “เมื่อครู่ ข้าไม่สามารถล้มเขาได้ ดังนั้นข้าจึงโกรธ”
“สาวน้อย” ท่านยายซึ่งอยู่ในความมืดดูไม่พอใจเล็กน้อย ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยขอร้องว่า “ท่านยาย