เด็กคนนี้พิเศษมาก ข้าว่าเขาเหมาะสมที่จะเข้าร่วมกับพวกเรา!”
“เหมาะสมหรือไม่ เข้ามาคุยก่อนแล้วค่อยว่ากัน” หลังจากพูดจบ เถ้าแก่เนี้ยก็มองไปที่ลู่เฉินและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไปกันเถอะ”
ลู่เฉินมีท่าทีสงบลงทันที เขามองไปยังหวังอวี่และพบว่าใต้ตาของนางดูเหมือนจะมีดวงตาอีกคู่หนึ่งจ้องมองมาที่ตน ชายหนุ่มจึงฉีกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “สาวน้อย อย่าโกรธเลย ไม่เช่นนั้นเจ้าจะถูกปีศาจตัวนั้นฆ่าในไม่ช้าก็เร็ว!”
หวังอวี่ทำหน้ามุ่ย “เจ้านั่นแหละจะถูกฆ่า!”
ลู่เฉินยิ้มและไม่พูดอันใดอีก จากนั้นก็เดินตามเถ้าแก่เนี้ยไป ส่วนหวังอวี่ก็รีบตามไปติด ๆ ทว่าเถ้าแก่เนี้ยกลับพูดกับลู่เฉินด้วยรอยยิ้มว่า “ตอนที่นางยังเด็ก ปีศาจตนหนึ่งได้ปรากฏตัวในพระราชวังไร้หน้าของเรา และปีศาจตนนี้ก็น่ากลัวมาก มันต้องการที่จะยึดร่างของนาง ดังนั้นผู้อาวุโสของพระราชวังไร้หน้าจึงผนึกปีศาจไว้ในร่างของนางแทน!”
“โอ้? ปีศาจตนนั้นมาหานางโดยเฉพาะงั้นหรือ?”
“อืม ข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ทว่าปีศาจตัวนั้นคล้ายจะหมายตานางไว้ตั้งแต่เด็กแล้ว”
“แล้วนางกลายมาเป็นทูตของพระราชวังไร้หน้าของพวกเจ้าได้อย่างไร? หรืออีกอย่างคือนางเข้าร่วมพระราชวังไร้หน้าได้อย่างไร?” ลู่เฉินสงสัย แต่ขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะพูดอันใดบางอย่าง หวังอวี่ก็ตะโกนออกมาว่า “เถ้าแก่เนี้ย อย่าพูดถึงภูมิหลังของข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะเปิดโปงเจ้าด้วย!”
เถ้าแก่เนี้ยมองไปที่ลู่เฉินด้วยความลำบากใจท