ันที “ดูสิ นางไม่ยอมให้ข้าบอกเจ้า!”
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าทุกคนจะมีความลับมากมาย” ลู่เฉินยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยฉีกยิ้มตอบกลับมาว่า “คนส่วนใหญ่ที่มาที่พระราชวังไร้หน้าล้วนหลีกหนีจากโลกภายนอก!”
“หลีกหนีจากโลกภายนอก? นี่มันออกบวชหรือไร?” ลู่เฉินยิ้มอย่างขมขื่น
“เจ้าคิดว่าใช่ก็ใช่” เถ้าแก่เนี้ยพูดในขณะที่กำลังครุ่นคิดอันใดบางอย่าง ทว่าลู่เฉินก็ไม่ได้สนใจที่จะถาม เพราะถึงอย่างไรเสียจุดประสงค์ในการมาของเขาก็เพื่อตามหาราชาหมื่นหน้า ดังนั้นเขาจึงต้องการเข้าร่วมพระราชวังไร้หน้าเสียก่อน แล้วค่อยตรวจสอบอีกครั้ง
แต่เถ้าแก่เนี้ยไม่รู้ว่าเหตุใดลู่เฉินถึงมาที่นี่ ดังนั้นนางจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “แล้วเจ้าล่ะ เหตุใดถึงอยากเข้าร่วมพระราชวังไร้หน้า?”
“มีธุระ”
“ธุระอันใด?” เถ้าแก่เนี้ยพลันสงสัย และหวังอวี่ก็กะพริบตาเล็ก ๆ ของนางพลางจ้องไปที่ลู่เฉิน
แต่ลู่เฉินไม่ได้พูดอันใด และไม่นานก็มาถึงด้านในตำหนัก โดยในที่นั้นมีเพียงหญิงชราที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน หญิงชรานางนี้มีเรือนผมสีขาวโพลนไว้ยาวลากพื้น อีกทั้งสองมือก็ยังไว้เล็บยาว
“ผมขาวยาวขนาดนั้น?” ลู่เฉินสงสัยว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงต้องทำเช่นนี้
เมื่อเถ้าแก่เนี้ยและหวังอวี่เห็นหญิงชรา พวกนางก็ทยอยกันเอ่ยด้วยความเคารพว่า “ท่านยาย!”
ใบหน้าของท่านยายมีรอยย่น แต่ดวงตาของนางฉายแววอยากรู้อยากเห็น “เจ้าคือคนที่ทำให้เสี่ยวอวี่โมโหหรือ?”
“ข้าไม่ได้ทำ