พวกนางว่า … ”
เมื่อพูดถึงจุดนี้ เขาก็ไม่ได้พูดต่อ เพราะเถ้าแก่เนี้ยมั่นใจแล้วว่าลู่เฉินตื่นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสีหน้าของนางจึงเปลี่ยนไปอย่างมาก “เจ้าใช้ประโยชน์จากข้าหรือ?”
“เจ้าเองก็อยากให้ข้าเข้าร่วมมิใช่หรือ?” ลู่เฉินยิ้ม
“เจ้า!” เถ้าแก่เนี้ยตะลึง
“นำทางไป!” คำพูดของลู่เฉินทำให้เถ้าแก่เนี้ยรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายแล้วก็ทำอันใดไม่ได้ นางจึงทำได้เพียงคว้าเหยือกสุราออกมาจิบไม่กี่ครั้ง จากนั้นก็จ้องมองลู่เฉินอย่างหดหู่ “หากเจ้าไม่ผ่านการทดสอบ ความทรงจำของเจ้าจะถูกลบ จากนั้นก็จะถูกโยนออกไป!”
“วางใจเถิด มันเป็นแค่การทดสอบ หาใช่เรื่องใหญ่” ลู่เฉินไม่ได้จริงจังกับมัน ส่วนเถ้าแก่เนี้ยก็จ้องมองลู่เฉินที่กำลังฉีกยิ้มด้วยรู้สึกอับจนหนทาง “ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะบ้าได้มากแค่ไหนกัน!”
หลังจากพูดจบ เถ้าแก่เนี้ยก็จิบสุราอีกสองสามครั้ง จากนั้นจึงพาลู่เฉินไปที่ป่าด้านหน้า
แน่นอนว่าระหว่างทาง เถ้าแก่เนี้ยไม่ลืมที่จะจิบสุรา
สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจ้าชอบดื่มสุรามากเลยหรือ?”
“ทุกคนล้วนมีงานอดิเรก!” หลังจากพูดจบ นางก็จิบสุราอีกครั้ง แต่ลู่เฉินเพียงสะบัดนิ้วไปมา สุราหยดหนึ่งก็ตกลงบนฝ่ามือของเขา เมื่อสัมผัสได้ก็ฉีกยิ้ม “ที่แท้สุรานี่ก็ใส่สิ่งนั้นเข้าไป”
สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยเปลี่ยนไปทันที “เจ้ารู้อันใด?”
“เจ้าไม่ต้องสนใจข้า แค่นำทางต่อไปก็พอ” ลู่เฉินสะบัดมือพลางคลี่ยิ้ม
แต่เถ้าแก