่เนี้ยรู้สึกว่าลู่เฉินดูแปลกมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ชายหนุ่มไม่ต้องการพูดอันใด ทำให้นางต้องมองเขาเป็นระยะเพื่อดูว่านางจะสังเกตเบาะแสได้หรือไม่
เวลานี้ลู่เฉินไม่สนใจนางอีก เพียงแต่มองไปรอบ ๆ เท่านั้น
จนกระทั่งมาถึงด้านล่างของภูเขา ชายหนุ่มก็เริ่มเห็นผู้คน และคนเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่สวมหน้ากาก แต่ละคนดูมีใบหน้าที่แปลกประหลาดยิ่งนัก
แต่เมื่อคนเหล่านี้เห็นลู่เฉินซึ่งเป็น ‘ผู้มาใหม่’ พวกเขาต่างก็สงสัยว่าลู่เฉินเป็นใคร อีกทั้งคนเหล่านี้ยังให้ความเคารพเถ้าแก่เนี้ยเป็นอย่างมาก และเรียกนางว่า “ทูตเมิ่ง!”
เถ้าแก่เนี้ยยิ้มให้พวกเขา จากนั้นก็พาลู่เฉินขึ้นบันไดไปยังภูเขาที่อยู่ตรงหน้า
ในตอนแรกนั้นยังมีผู้คนอยู่บนภูเขาลูกนี้ แต่ยิ่งสูง คนก็ยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ จนในที่สุด เมื่อขึ้นไปถึงบนยอดเขาก็ไม่เห็นใครอยู่บนภูเขาอีก มีเพียงตำหนักใหญ่ที่อยู่ตรงหน้านี้เท่านั้น
คำว่า ‘พระราชวังทูต’ ถูกสลักไว้เป็นตัวอักษรขนาดใหญ่บนแผ่นหินบริเวณประตูพระราชวัง
เมื่อเถ้าแก่เนี้ยกำลังจะพาลู่เฉินเข้าไป ก็พลันมีเสียงดุ ๆ ตะโกนออกมา “ผีสุรา หยุดนะ!”
หลังจากพูดเช่นนี้ สตรีคนหนึ่งก็เดินออกมาจากพระราชวัง
สตรีผู้นี้สวมต่างหูสีดำคู่หนึ่ง และมีแมงมุมสีดำที่ถูกวาดอยู่บนใบหน้าซีกขวาของนาง ส่วนแมงมุมสีแดงนั้นอยู่บนใบหน้าซีกซ้าย ริมฝีปากของนางเป็นสีดำและสีแดง ทำให้นางดูแปลกตายิ่งนัก โดยเฉพาะดวงตาซึ่งยังคงเปล่งแสงสีแดงเลือนราง
อย่างไรก็ตา