!”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย “เจ้าอย่าคิดว่าอยู่บนท้องฟ้าแล้วข้าจะทำอันใดเจ้าไม่ได้!”
“ไร้สาระ ข้าสามารถหลบได้อย่างอิสระบนท้องฟ้า ส่วนการโจมตีของเจ้า แม้กระทั่งข้ายังแตะต้องไม่ได้ นับประสาอันใดกับการทำลายเกราะกำบังของข้า” เถ้าแก่เนี้ยยิ้มอย่างมั่นใจจากนั้นก็เทเหยือกในมือของนางลงมาเป็นระยะ
ลู่เฉินยิ้มอย่างขมขื่น “ข้าเห็นพวกขี้เมามามากมาย แต่สตรีขี้เมาเช่นเจ้านับเป็นคนแรก!”
“ช่วยไม่ได้ สุราทำให้ข้ามีความสุข และมันก็ทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นด้วย!” เถ้าแก่เนี้ยอธิบายอย่างไม่ใส่ใจ
ทว่าในตอนนี้เอง ลู่เฉินก็เปลี่ยนไปใช้ธนูเงามาร รอยยิ้มของเถ้าแก่เนี้ยจึงค่อย ๆ หายไป “ศาสตราวุธวิถีมาร เจ้าเป็นผู้ฝึกตนสองวิถี?”
“คิดว่าอย่างไรเล่า?” ลู่เฉินถามกลับ ทว่าคันธนูในมือของเขาก็เริ่มพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง
เถ้าแก่เนี้ยถามขึ้นอีกครั้ง “เจ้าเป็นใครกันแน่?!”
“ไม่ต้องกังวลไป!” หลังจากลู่เฉินพูดจบ เงาลูกศรบนคันธนูพลันพุ่งออกไป ความเร็วนั้นถือว่ารวดเร็วอย่างยิ่ง พริบตาเดียวก็ไปถึงที่กำบังด้านหน้าเถ้าแก่เนี้ยแล้ว ที่กำบังนั้นพลันแตกระแหง และในที่สุดก็ ‘ร้าว’ ราวกับแก้วแตก
“นี่…!” เถ้าแก่เนี้ยตกใจ ส่วนลู่เฉินนั้นยิ้มกว้างให้นาง “เจ้าแพ้แล้ว!”
ใบหน้างดงามของเถ้าแก่เนี้ยเหลือเพียงความซีดเซียว ขณะที่ลู่เฉินเก็บคันธนูกลับไปและพูดว่า “เจ้าจะไม่บ่ายเบี่ยงแล้วใช่หรือไม่?”
เถ้าแก่เนี้ยเหาะลงมาตรงหน้าลู่เฉิน มือ