ก็คว้าเหยือกสุราสีดำออกมาจากแขนตัวเอง แต่แล้วนางก็เตือนว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าสุรานี้มีไว้เพื่ออันใด?”
“ไม่รู้” ลู่เฉินแสร้งทำเป็นโง่งม
แต่เถ้าแก่เนี้ยกลับมองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ “เจ้าไม่รู้จริง ๆ หรือ?”
“ถูกต้อง!”
“แต่ข้าแนะนำเจ้าว่า เจ้าไม่ควรดื่มมัน ไม่อย่างนั้นเจ้าจะเสียใจ!” เถ้าแก่เนี้ยกล่าวเตือน ทว่าลู่เฉินเพียงแย้มยิ้มดังเคย “มีอันใดให้เสียใจกัน?”
พูดจบ ชายหนุ่มก็รับมันไปดื่มทันที
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกวิงเวียนตาลาย ทว่าด้วยวิญญาณอันทรงพลัง ไม่นานลู่เฉินก็สงบลง แต่เพื่อที่จะสามารถเข้าสู่พระราชวังไร้หน้าได้ ลู่เฉินจึงแสร้งทำเป็นสลบลงบนพื้น
เถ้าแก่เนี้ยถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าพูดไปหมดแล้ว เจ้าจะต้องเสียใจ!”
ในเวลานี้เอง พลันมีสตรีหลายนางที่ถือร่มปรากฏตัวขึ้น และสตรีเหล่านี้ก็ ‘ไร้หน้า’ ราวกับว่าพวกนางมีชั้นผิวหนังอยู่บนใบหน้าอย่างไรอย่างนั้น
ลู่เฉินสงสัยว่าสตรีเหล่านี้เป็นใคร
แต่ตอนนี้เอง พวกนางหยิบถุงดำออกมาและวางแผนที่จะยัดลู่เฉินลงไป ทว่าเถ้าแก่เนี้ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ข้าวางแผนที่จะพาเขาเข้าไปในพระราชวังไร้หน้าด้วย!”
หลังจากที่สตรีเหล่านี้ลังเลอยู่พักหนึ่ง พวกนางก็ถอยออกไปทีละคน ก่อนจะหายไปในที่สุด
ลู่เฉินลอบยิ้มออกมา “พาข้าไปที่พระราชวังไร้หน้าหรือ?”
ยามนี้ เถ้าแก่เนี้ยถูกความสามารถของลู่เฉินดึงดูด ดังนั้นนางจึงคว้าเขาไว้ก่อนจะพาเดินไปที