น ดังนั้น…”
“ลูกค้าเก่าแก่?”
“ถูกต้อง!” เถ้าแก่เนี้ยตอบรับ แต่ลู่เฉินยิ้มให้เถ้าแก่เนี้ยและพูดว่า “เถ้าแก่เนี้ย โรงเตี๊ยมเจ้าไม่ต้องการทำเงินหรือ?”
“ทำอย่างไรได้ สุรานี้มีค่า เราให้เฉพาะลูกค้าเก่าแก่เท่านั้น” เถ้าแก่เนี้ยยิ้มพลางหรี่ตา
แน่นอนว่าชายหนุ่มเองก็ยิ้มตอบ “ข้าคิดว่าเจ้าขายให้ข้าจะดีกว่า!”
“หากข้าไม่ขายเล่า?” เถ้าแก่เนี้ยหัวเราะ
“หากไม่เช่นนั้น ค่ายกลในร้านของเจ้าก็จะทำงานไม่ได้แล้ว” ลู่เฉินยิ้มให้เถ้าแก่เนี้ย แต่เมื่อเถ้าแก่เนี้ยได้ยินเช่นนี้ นางก็หัวเราะออกมา “ค่ายกล? ค่ายกลอันใดกัน?”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเสแสร้งสมจริงเช่นนั้น ลู่เฉินจึงหยิบศิลาวิญญาณออกมา และกระแทกลงที่มุมหนึ่ง รอยแตกพลันปรากฏขึ้นที่นั่นทันที และภายในรอยแตกนั้นก็มีความมืดมิดราวกับทางเดิน
เสี่ยวเอ้อร์เหล่านั้นตกใจกลัวทันที
ขณะที่เถ้าแก่เนี้ยยกเหยือกขึ้นมาและยิ้มให้ลู่เฉิน “ดูเหมือนว่าเจ้าจะมาที่นี่เพื่อจับผิดสินะ”
“ไม่ได้มาเพื่อจับผิด ข้ามาหาคนเท่านั้น” ลู่เฉินยิ้ม และเถ้าแก่เนี้ยก็ยิ้มแปลก ๆ ตอบกลับมา “มีเพียงผลลัพธ์เดียวสำหรับผู้ที่มาที่นี่เพื่อสร้างปัญหา”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
“ถูกต้อง!” หลังจากที่เถ้าแก่เนี้ยพูดจบ นางก็โบกมือ พลันฟองอากาศจำนวนนับไม่ถ้วนก็ลอยออกมาห่อหุ้มลู่เฉินไว้ จากนั้นฟองเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นทีละชั้น ทำให้ลู่เฉินราวกับถูกขังอยู่ในฟองอากาศและไม่สามารถออกมาได้
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเถ้าแ