ชายหนุ่มหันกลับมาก็เห็นสาวงามที่ประทินโฉมอย่างหนักปรากฏตัวขึ้นพอดี หญิงสาวผู้นี้ดูอายุราว ๆ ยี่สิบเศษ นางถือเหยือกสุราไว้ในมือ และบนร่างของนางก็มีแต่กลิ่นสุราราวกับเป็นสตรีขี้เมา
ไม่เพียงเท่านั้น นางยังสะอึกและมองไปที่ลู่เฉินก่อนจะถามว่า “เป็นเจ้าหรือ?”
“เจ้าเป็นเถ้าแก่เนี้ยของที่นี่หรือ?”
“ถูกต้อง ข้าเป็นเถ้าแก่เนี้ยของที่นี่ นามว่าเมิ่งเซียง”
“นี่ใช่ชื่อจริงของเจ้าหรือไม่?” ลู่เฉินมองเถ้าแก่เนี้ยด้วยความแปลกใจ เถ้าแก่เนี้ยยิ้มให้ลู่เฉินและตอบว่า “พ่อหนุ่มน้อย เจ้าคิดว่าข้าจำเป็นต้องโกหกเจ้าหรือ?”
ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสงบสติอารมณ์และพูดว่า “สหายทั้งสามคนที่มากับข้าหายไปแล้ว ข้าต้องการพบพวกเขา!”
“ขออภัย ที่นี่เป็นโรงเตี๊ยม ไม่ใช่สถานที่ทางการ ดังนั้นหากเจ้าทำคนหายก็ไปแจ้งทางการเสีย หรือไปหาดูรอบ ๆ เองเถิด บางทีพวกเขาอาจกำลังเล่นอยู่ที่ไหนสักแห่งข้างนอก” เถ้าแก่เนี้ยหัวเราะ
หลังจากที่เถ้าแก่เนี้ยพูดจบ ริมฝีปากเล็ก ๆ ของนางก็จิบสุราเข้าไปอีกครั้งด้วยท่าทางอันองอาจ
ดื่มแล้วก็สะอึกอีกครั้ง ก่อนจะแย้มยิ้มให้ลู่เฉิน “อันใด? ข้ายังอธิบายไม่ชัดเจนพอหรือ?”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องการสุราคืนสู่บ้านเกิดของเจ้า คงจะได้สินะ?” หลังจากที่ลู่เฉินไม่สามารถถามอันใดได้ เขาก็จ้องไปที่เถ้าแก่เนี้ย และเถ้าแก่เนี้ยก็ยิ้มให้ลู่เฉินพร้อมกล่าวว่า “ขออภัย สุรานี้ของเรามีไว้สำหรับลูกค้าเก่าแก่เท่านั้