านับแต่บัดนี้ไป เจ้าจงอยู่ในวังของตัวเอง ห้ามออกไปที่ใดอีก!”
“พระองค์ทรงกักบริเวณหม่อมฉันหรือ!”
“มีปัญหาอันใด?”
“พระองค์ไม่เกรงกลัวบิดาของหม่อมฉันจะตำหนิหรือเพคะ!”
“แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามแห่งได้ตกลงกันว่าจะมีไม่สิทธิ์ยุ่งเกี่ยวในเรื่องของราชสำนัก หากพ่อของเจ้าต้องการมาที่นี่จริง ๆ ข้าคิดว่ากองกำลังหลักอีกสองแห่งจะไม่อยู่เฉย นับประสาอันใดกับราชวงศ์ของข้าและพรรคพวกของผู้อาวุโส พวกเขาย่อมไม่เพิกเฉยเช่นกัน” คำพูดขององค์จักรพรรดิทำให้สีหน้าของพระสนมอู่ดูไม่น่ามองมากขึ้น
แต่พระสนมอู่ก็ยังไม่ยินยอม “เมื่อก่อนพระองค์ไม่เคยสนใจว่าหม่อนฉันจะทำสิ่งใด ไยครานี้พระองค์ถึงได้สนใจมากเพียงนี้”
“เพราะเขาไม่ใช่ผู้ที่เจ้าจะล่วงเกินได้!”
“ก็แค่ผู้ฝึกขึ้นสร้างรากฐานผู้หนึ่ง! มีอันใดเล่า!” นางรู้สึกรำคาญใจยิ่งนักเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ แต่องค์จักรพรรดิกลับตรัสว่า “เขาไม่ใช่ผู้ฝึกขึ้นสร้างรากฐานธรรมดา!”
“เพื่อเขาแล้ว พระองค์ต้องการที่จะต่อสู้กับแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดจริงหรือเพคะ?”
“ข้าจะบอกความจริงให้เจ้าได้รู้ แม้ว่าคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดของเจ้าจะมาที่นี่ แต่การตัดสินใจในวันนี้ของข้าก็จะไม่เปลี่ยนแปลง!”
พระสนมอู่กัดฟันอย่างโกรธเคือง จากนั้นก็หันกายเตรียมที่จะจากไป
แต่องค์จักรพรรดิตรัสต่อไปว่า “ข้าจะจัดการกับผู้ที่อยู่ในรายชื่อตามนั้น ข้าหวังว่าสนมอู่จะได้บทเรียน!”
พระสนมอู่รู้สึกไม่พอใจเมื่อได้ยินเช่