ื่อผู้คนมากมาย
“รายชื่อเหล่านี้คือขุนนางที่เจ้าชักจูงมาหลายปี และองค์ชายเจ็ดก็กระทำการภายใต้คำสั่งของเจ้า” องค์จักรพรรดิทอดพระเนตรไปยังร่างของพระสนมอู่ที่ดูลุกลี้ลุกลน
พระสนมอู่แสร้งทำเป็นโง่ “คนพวกนั้น เห็นว่าข้าเป็นคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด พวกเขาจึงมาขอเข้าพบข้าด้วยตัวเอง”
“ในราชวงศ์หนานโยว แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามมีข้อตกลงที่จะไม่ใช้ผู้คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม เพื่อโจมตีเหล่าคนในราชวงศ์หนานโยว แล้วเจ้าเล่า? เจ้าได้เชิญหานลั่วสุ่ยจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด และสร้างความวุ่นวายที่จวนหนานลัวมิใช่หรือ?” องค์จักรพรรดิกล่าวพลางทอดพระเนตรไปที่พระสนมอู่
พระสนมอู่รีบอธิบายว่า “ผู้คนในแดนศักดิ์สิทธิ์มีความแค้นกับเด็กคนนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงไปที่นั่นเพื่อจับเขา ไม่ใช่คำสั่งของข้า”
องค์จักรพรรดิยกยิ้มมีเลศนัย “สนมอู่ เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือว่าตาบอดงั้นหรือ?”
“จริง ๆ นะเพคะ!” พระสนมอู่เริ่มประหม่า
“ข้ามีหลักฐานที่แสดงว่าเจ้าชักนำผู้คนมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์” องค์จักรพรรดิตรัส ในขณะที่หน้าผากของพระสนมอู่พลันมีเหงื่อออก “คือว่า บิดาของหม่อมฉัน เขา…”
“พ่อของเจ้าอยู่ในแดนลับ เจ้าติดต่อเขาได้อย่างไร?” องค์จักรพรรดิถามกลับ
พระสนมอู่ตกใจกับคำพูดนี้ องค์จักรพรรดิตรัสต่อหลังจากที่เห็นว่านางเงียบไป “ข้าเห็นแก่ที่เจ้าเป็นนางสนม นอกจากนี้ เจ้ายังมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นข้าจึงไม่ได้ถอดตำแหน่งของเจ้า ทว่