องทรงพระอักษรที่เดิมทีมืดมิดก็พลันสว่างขึ้นทันที และในเวลาเดียวกันองค์จักรพรรดิก็ยืนอยู่ข้างชั้นตำรา
เห็นเพียงองค์จักรพรรดิกำลังพลิกหน้าตำรา
เมื่อเห็นเช่นนี้พระสนมอู่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที และก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้ม “องค์จักรพรรดิ หม่อมฉันมาปรนนิบัติพระองค์แล้วเพคะ!”
มีร่องรอยที่แฝงด้วยเสน่ห์ในคำพูด แต่องค์จักรพรรดิไม่ได้สนใจนาง พระองค์เพียงแค่จ้องที่หน้าตำราแล้วตรัสว่า “ข้าไม่รู้ว่าสนมอู่ยังจำข้อตกลงเมื่อเจ้าเข้าวังได้หรือไม่?”
“ข้อตกลงหรือเพคะ?”
“กฎเหล็กของราชวงศ์หนานโยว!”
“กฎเหล็ก?” สีหน้าของพระสนมอู่เปลี่ยนไป องค์จักรพรรดิจึงตรัสต่อว่า “ประการแรก วังหลังของราชวงศ์มิอาจแทรกแซงกิจของราชสำนัก ประการที่สอง วังหลังของราชวงศ์มิอาจชักจูงหรือมีพรรคพวก ประการที่สาม วังหลังของราชวงศ์มิอาจใช้กองกำลังอื่นและทำให้ราชวงศ์หนานโหยวตกอยู่ในอันตรายได้!”
รอยยิ้มของพระสนมอู่ค่อย ๆ จางหายไป “หม่อมฉันปฏิบัติตามเสมอมา!”
“จริงหรือ?” องค์จักรพรรดิทอดพระเนตรไปยังพระสนมอู่อย่างแปลกพิกล หลังจากเห็นถึงความจริงจังขององค์จักรพรรดิเป็นครั้งแรก พระสนมอู่ก็กังวลเล็กน้อย “จริงเพคะ!”
“โอ้? ถ้าอย่างนั้นข้าควรเขียนรายงานออกมาหรือไม่?” กษัตริย์วางหนังสือลงและทอดพระเนตรไปทางพระสนมอู่ผู้สูงศักดิ์
พระสนมอู่รู้สึกประหม่าเล็กน้อยในคราแรก ส่วนองค์จักรพรรดิหยิบแผ่นไม้ออกมาแล้วโยนออกไป พระสนมอู่หยิบมาดูก็เห็นว่าบนนั้นมีรายช