ังไร้หน้าของพวกเจ้าหรือ?”
“ใช่แล้ว หนึ่งในคาถาที่ทรงพลังที่สุดในพระราชวังไร้หน้าของเรา!”
“ราชาหมื่นหน้าเกี่ยวอันใดกับวังไร้หน้า?”
“ราชาหมื่นหน้าอันใด?” ทั้งสามคนนี้ไม่รู้ว่าลู่เฉินพูดอันใด และลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจัดการทั้งสามคนนี้เสียก่อน แต่เมื่อชายหนุ่มโจมตีร่างกายที่ใหญ่โตราวกับยักษา มันก็เป็นเสมือนก้อนแป้งนั่นคือเพียงพริบตาเดียวก็ละลาย
ในขณะเดียวกัน พวกเขาทั้งสามพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ข้าลืมบอกไปว่าคาถาของเราไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนร่างกายทำให้เนื้อเหมือนแป้ง”
ลู่เฉินหยิบธนูเงามารออกมา ก่อนจะโจมตีร่างอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่งแต่ก็ไร้ผล จนอีกฝ่ายหัวเราะเสียงดัง “รู้ถึงความแข็งแกร่งของพวกข้าหรือยัง!?”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เฉินก็ใช้เคล็ดเถาวัลย์ธรณีเพื่อเกี่ยวรัดคู่ต่อสู้ และยื่นหนามแหลมคมออกมาเจาะเข้าไปในเนื้อ จากนั้นจึงพบว่ามีไอปราณปรากฏออกมา
ไม่เพียงเท่านั้น คู่ต่อสู้ยังกระจัดกระจายไปทั่วราวกับโคลนถล่ม ก่อนจะไปรวมร่างใหม่ที่จุดอื่น พลางพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “เป็นอย่างไรบ้าง กลัวหรือไม่?”
“มันเป็นคาถาแปลก ๆ ของราชาหมื่นหน้าจริง ๆ” เมื่อเห็นเช่นนี้ ลู่เฉินก็พึมพำกับตัวเอง
ทั้งสามคนไม่รู้ว่าลู่เฉินพึมพำอันใด แต่ลู่เฉินเคยพบราชาหมื่นหน้ามาก่อน ทว่าตอนนั้นเขาขังอีกฝ่ายไว้ด้วยกำลังที่แข็งแกร่ง และตอนนี้พลังของเขายังไม่ได้ฟื้นตัวมากนัก