่ฆ่าข้า ข้าก็สามารถติดตามเจ้าได้เหมือนเกาจี้และเชียนหลิง”
เมื่อเห็นโหย่วหลงยอมประนีประนอม ลู่เฉินก็สลักอักขระยันต์หุ่นเชิดให้เขาทันที
สีหน้าของโหย่วหลงเปลี่ยนไปหลังจากเห็นอักขระเหล่านั้น “เจ้าใช้อักขระยันต์หุ่นเชิดควบคุมพวกมันจริง ๆ!”
“รู้แล้วก็ดี!”
โหย่วหลงไร้ซึ่งถ้อยคำในทันที ในขณะที่หานลั่วสุ่ยเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “ข้า ข้าเองก็เต็มใจให้เจ้าควบคุมเช่นกัน!”
ลู่เฉินยิ้มและไม่พูดอันใด แต่ยังคงสลักอักขระยันต์หุ่นเชิดให้หานลั่วสุ่ย
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็มอบหมายงานอื่นให้กับหานลั่วสุ่ย ซึ่งก็คือให้เขากลับไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด ร่วมมือกับใครบางคนเพื่อกำจัดหนานกงมู่
เมื่อได้ยินนามหนานกงมู่ สีหน้าของหานลั่วสุ่ยพลันเปลี่ยนไปอย่างมาก “หนานกงมู่หรือ?”
“ใช่!”
“สตรีนางนั้นรับมือยากยิ่ง!” หานลั่วสุ่ยพูดด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยว แต่ลู่เฉินถามด้วยความสงสัยว่า “ก็แค่สตรีนางหนึ่ง มีสิ่งใดที่ยากเล่า?”
“นางเป็นที่ชื่นชอบของบุตรศักดิ์สิทธิ์ และนางกำลังฝึกบำเพ็ญอยู่กับบุตรศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใกล้นาง นับประสาอันใดกับการจับตัวนาง!” หานลั่วสุ่ยกล่าวอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็ยิ้มออกมา “อย่างไรก็ต้องมีโอกาส!”
“ข้าจะพยายาม” เมื่อเห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้า หานลั่วสุ่ยก็พูดอย่างประหม่า
ลู่เฉินมองไปที่โหย่วหลงแล้วเอ่ยว่า “บอกข้ามา นักบุญหญิงแห่งวังเหมันต์สงัดของเจ