้าต้องการตามหาสิ่งใดในทิศเหนือของแดนทักษิณา”
โหย่วหลงถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“เป่ยโหว เป็นคนของข้า” ลู่เฉินยิ้ม สีหน้าของโย่วหลงจึงเปลี่ยนไปอย่างมาก “เจ้า…!”
“ทุกการเคลื่อนไหวของเจ้าอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า!” คำพูดของลู่เฉินทำให้โหย่วหลงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเกิดอันใดขึ้น เขาจึงพูดว่า “ทางตอนเหนือมีสุสานอยู่ และนักบุญหญิงได้ยินเกี่ยวกับสุสานนี้มาเล็กน้อยเท่านั้น”
“ได้ยินอันใด?”
“บุคคลจากวังเหมันต์สงัดเมื่อแสนปีก่อน คนผู้นี้กุมความลับมากมายของวังเหมันต์สงัด ดังนั้นนางจึงต้องการตามหาคนผู้นั้น และดูว่าเขาได้ทิ้งสิ่งสำคัญไว้หรือไม่” โหย่วหลงอธิบาย
“หนึ่งแสนปีก่อน คนจากวังเหมันต์สงัดหรือ?” ลู่เฉินสงสัย
“ใช่” โหย่วหลงขานรับ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็ถามต่อไปว่า “นักบุญหญิงของพวกเจ้า ตอนนี้ฝึกถึงขั้นใดแล้ว?”
“ข้า ข้าไม่รู้!” โหย่วหลงพูดอย่างประหม่า และลู่เฉินก็มองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้ข้ามีงานให้เจ้า!”
“ว่ามา!” โหย่วหลงพูดอย่างกังวลใจ
“ค้นหาว่าร่างที่แท้จริงของนางซ่อนอยู่ที่ไหน!”
หย่วหลงเริ่มตกใจ “ร่างที่แท้จริงของนาง?”
“ข้าเคยสนทนากับคนในวังเหมันต์สงัดของเจ้าแล้ว เขากล่าวว่านางอยู่ในวังหิมะ แต่คนอื่นไม่เคยไปที่นั่น แต่เจ้าดูเหมือนจะเคยเข้าไป!” ลู่เฉินจ้องไปที่โหย่วหลง
โหย่วหลงพูดอย่างหมดหนทางว่า “ข้าเคยเข้าไป แต่ที่นั่น… ข้าได้ยินเพียงเสียงของนาง แต่ข