้าไม่เคยเห็นกายเนื้อของนางเลย!”
“ดังนั้น งานนี้จึงมอบให้เจ้า”
“ข้าจะลองดู!” โหย่วหลงไม่รู้ว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ตอบตกลงไปเสียก่อน ส่วนลู่เฉินเพียงยกยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ย่อมได้ ตามนี้ไปก่อน!”
เมื่อชายหนุ่มเดินออกมาจาก ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ หนานเหยาก็เอ่ยถามอย่างสงสัยว่า “อาจารย์ เสร็จแล้วหรือ?”
“อืม แต่ว่าต้องประกาศให้ภายนอกได้รู้ว่าพวกมันหนีไปแล้ว!” ลู่เฉินรู้ว่าพวกมันยังมีประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถบอกให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้ว่าพวกมันถูกเขาควบคุมแล้ว
หนานเหยาพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
ส่วนลู่เฉินนั้น เขาออกจากค่ายกลไปก่อน แล้วจึงปล่อยพวกเขาไป จากนั้นจึงกลับไปที่จวนของหนานลัว
ในยามนี้หนานลัว บ่าวรับใช้ รวมไปถึงผู้อารักขาบางคนกำลังเก็บศพอยู่ที่นั่น
เห็นได้ชัดว่าหนานเหยาบอกหนานลัวถึงสิ่งที่ลู่เฉินต้องการจะสื่อแล้ว และหลังจากได้ยินว่าโหย่วหลงและหานลั่วสุ่ยหนีไปแล้ว หนานลัวก็รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย “ถึงกับปล่อยให้มันหนีไปได้!”
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ “ชายไร้หน้าสามคนนั้นเล่า อยู่ที่ใด?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หนานลัวก็รู้สึกวิงเวียน “หลังจากสามคนนี้เปลี่ยนหน้าไป เราก็ไม่สามารถหาพวกมันพบได้อีก!”
ชายหนุ่มกล่าวต่อไปว่า “ไม่ใช่ว่าพวกเขาหาไม่เจอ แต่พวกมันฆ่าคนของท่าน แล้วพวกเขาก็ปลอมตัวเป็นสามคนนั้น!”
สีหน้าของหนานลัวเปลี่ยนไปอย่างมาก “เจ้าว่าอย่างไรนะ!”
“เดี๋ยวข้าจะไปพบพวกเขา!” หลังจากพ