ูดจบ ลู่เฉินก็เดินไปด้านข้าง มีองครักษ์กลุ่มหนึ่งอยู่ที่นั่น และพวกเขากำลังจัดการกับศพบางส่วน
เมื่อเขาเดินเข้ามา องครักษ์ทุกคนก็แสดงความเคารพต่อลู่เฉินทันที
หนานลัวรู้สึกฉงนใจ “ท่านหมายถึงพวกมันสามคน แฝงตัวในอยู่ในกลุ่มพวกเขาหรือ?”
หนานเหยาเองก็เฝ้าดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน ขณะที่ลู่เฉินมองกลุ่มคนด้วยรอยยิ้ม “เจ้าจะออกมาด้วยตัวเอง หรือว่าจะให้ข้าจับเจ้าทั้งสามคนออกมา”
องครักษ์เหล่านี้ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ดังนั้นแต่ละคนจึงดูสับสนงุนงง
ทว่าในเวลานี้เอง พลันมีหมอกเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวของลู่เฉิน หลังจากที่ม่านหมอกจางลง ชายหนุ่มก็เห็นตัวเองยืนอยู่ในสวนแห่งหนึ่ง และสวนรอบ ๆ ก็ไร้ซึ่งผู้คน
“เจ้าหนุ่ม เจ้าหลงกลแล้ว!” เสียงหัวเราะดังมาจากรอบข้าง และอีกสองเสียงก็พากันหัวเราะตาม
ลู่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ “ก็แค่ค่ายกลลวง เจ้าคิดว่าข้าจะหลงกลหรือ?”
“นี่ไม่ใช่ค่ายกลทั่วไป แต่เป็นค่ายกลที่กระทบจิตสำนึกของเจ้าโดยตรง ทำให้เจ้าไม่สามารถออกไปจากมันได้!”
ลู่เฉินถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “พวกเจ้าประเมินข้าต่ำไปจริง ๆ!”
ทั้งสามต่างก็คิดว่าลู่เฉินเพียงแค่พูดเกินจริง ดังนั้นจึงยังคงหัวเราะเยาะต่อไป