ยกลนี้ให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
ทั้งสามต่างก็ต้องการเช่นนั้น แต่การจะทำลายค่ายกลนั้นจำเป็นต้องใช้เวลา ยิ่งเจอกับค่ายกลที่แปลกประหลาดของลู่เฉิน มันก็ยิ่งทำให้ทั้งสามไม่รู้ว่าควรจะเริ่มทำลายจากที่ใด ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงซ่อนตัวเองอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน แสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอันใดเกิดขึ้น
องค์ชายรองโมโหจนก่นด่าออกมา “เจ้า พวกเจ้า!”
หนานเหยายิ้มออกมา “องค์ชายรอง อย่าเรียกต่อไปเลย มันไม่มีประโยชน์!”
“เจ้า พวกเจ้าอย่าดีใจเกินไปนัก!” องค์ชายรองโมโหจนกัดฟันกรอด
จากนั้นองค์ชายรองจึงมองไปยังโหย่วหลงและหานลั่วสุ่ย “พวกเจ้ามีวิธีใดหรือไม่?”
สมบัติวิญญาณของหานลั่วสุ่ยถูกลู่เฉินนำไปแล้ว ทำให้เขาไม่สามารถเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายได้ เขาจึงมีสีหน้าลำบากใจ “ไม่ใช่ว่าเจ้าขอให้พวกข้ามาอย่างนั้นหรือ? เหตุใดจึงมาถามพวกข้า!”
องค์ชายรองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ ดังนั้นจึงมองไปยังโหย่วหลง “เจ้าล่ะ?”
โหย่วหลงขมวดคิ้วมุ่น “เคล็ดวิชาเหมันต์อำพรางของข้าถูกเขามองออก ดังนั้น…”
“เจ้า พวกเจ้า!” องค์ชายรองคาดไม่ถึงว่าเขาพาผู้คนมามากมายเช่นนี้ แต่กลับไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะลู่เฉินได้ โหย่วหลงนั้นก็ไม่คิดจะอยากตายอยู่ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงตะโกนไปยังคนของวังเหมันต์สงัดว่า “แสดงเคล็ดวิชาเหมันต์สงัด!”
คนของวังเหมันต์สงัดจึงมีสีหน้าเปลี่ยนไป
“หากไม่อยากตาย จงทำเดี๋ยวนี้!” โหย่วหลงเอ่ยเพียงสั้น ๆ ทำให้คนของวังเหมันต์สงัดต่างก็ต้องยอมทำต