มาว่า “เช่นนั้น จะลงมือเมื่อไหร่กัน?”
“คืนนี้!”
หานลั่วสุ่ยพูดอย่างมีความหวังว่า “เมื่อถึงครานั้น ต้องรอดูพวกเขาเสียแล้ว”
“วางใจเถิด คืนนี้ต้องสังหารเจ้าหนุ่มนั่นได้เป็นแน่!” องค์ชายรองพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้น จึงให้ทุกคนไปเตรียมตัว โหย่วหลงจึงกลับเข้าไปภายในห้อง และนำม้วนตำราออกมา จากนั้นจึงส่งพลังเข้าไป บนม้วนตำรานี้จึงเกิดกลุ่มหมอกขึ้นมา
ขณะเดียวกัน บนกลุ่มหมอกนี้ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
น้ำเสียงนี้ก็คือนักบุญหญิงผู้นั้น
“เป็นอย่างไร? จัดการเรียบร้อยหรือไม่?” นักบุญหญิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น โหย่วหลงจึงตอบกลับทันที “เตรียมการเรียบร้อยแล้ว คาดว่าคืนนี้จะเรียบร้อย!”
“ข้าไม่ต้องการการคาดเดา ข้าต้องการคำว่าต้อง!” นักบุญหญิงตอบกลับ
โหย่วหลงจึงกล่าวว่า “คืนนี้ต้องจับเขาได้แน่นอน!”
“ดี หลังจากจับเขาแล้ว รีบส่งกลับไปยังวังเหมันต์สงัดทันที ข้าจะรอดูว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้คือใครกัน!” นักบุญหญิงพูดด้วยความกระตือรือร้น
“ขอรับ!”
ทันใดนั้น นักบุญหญิงก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ “มีข่าวคราวของคุณชายเป่ยโหวหรือไม่?”
“เขาได้นำแผนที่กลับไปแล้ว คาดว่าจะมีข่าวคราวในเร็ว ๆ นี้” โหย่วหลงตอบ
“รอจัดการเจ้าหนุ่มนั่น จากนั้นค่อยตามเรื่องคุณชายเป่ยโหวให้ข้าอย่างใกล้ชิด!”
“ขอรับ!”
หลังจากนั้น หมอกหนานก็ค่อย ๆ จางหายไป และม้วนตำรานี้จึงกลายเป็นเพียงม้วนตำราธรรมดาเท่านั้น
โหย่วหลงเก็บม้วนตำราเข้ามาพลางครุ่นคิดอ