ัจฉริยะประเภทนี้และในสถานการณ์ที่ไม่มีค่ายกล ลู่เฉินคงต่อกรกับอัจฉริยะจำนวนมากพวกนั้นได้ยาก
แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “ไปเถอะ ไปพบคนพวกนั้นกัน”
หนานเหยาพูดอย่างกระวนกระวายว่า “เสด็จพี่แปดของข้ากำลังรับมือกับพวกเขา และสิ่งที่ท่านต้องทำก็คือออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”
“ข้ามีบางอย่างที่ต้องทำตอนกลางคืน ข้าจะออกไปได้อย่างไร?” ลู่เฉินปฏิเสธ หนานเหยาพลันสงสัยขึ้นมาว่าเขาคิดจะทำอันใดในตอนกลางคืน แต่ลู่เฉินกลับเดินไปที่ลานด้านหน้าของจวนหนานลัวแล้ว
ยามนี้ที่ลานด้านหน้ามีคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดอยู่ราว ๆ ยี่สิบถึงสามสิบคน และรอบ ๆ ก็มีคนรับใช้และทหารรักษาการณ์จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังพูดคุยกันอยู่ตรงนั้น แม้แต่ที่ประตูก็มีคนมากมายมามุงดูเหตุการณ์นี้
“ดูสิ ผู้คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดมาจับกุมชายคนนั้นด้วยตนเอง”
“ชายผู้นี้บังอาจนัก เขารู้ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดจะไม่ปล่อยเขาไป แต่เขาก็กล้าที่จะซ่อนตัวอยู่ที่นี่”
“เขาคงคิดว่าจวนหนานลัวจะปกป้องเขา!”
“ไม่ต้องพูดถึงจวนหนานลัว แม้แต่องค์จักรพรรดิก็ยังไม่กล้าเผชิญหน้ากับแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด” ใครบางคนตอบ ในขณะที่คนอื่น ๆ พยักหน้า ถึงอย่างไรเสียราชวงศ์หนานโยวก็ได้รับการสนับสนุนจากแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามแห่ง
ดังนั้นเชื้อพระวงศ์ย่อมไม่กล้าเผชิญหน้ากับแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด
ส่วนคนในแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด พวกเขาก็เริ่มตะโกนขอให้หนานลัวส่งม