อบตัวลู่เฉิน แต่หนานลัวกลับมองไปยังชายที่เป็นผู้นำซึ่งมีท่าทีเงียบขรึมไม่พูดไม่จา
ก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดอย่างเย็นชาว่า “ส่งตัวเขามา ไม่อย่างนั้นเกรงว่าวันนี้ข้าต้องลงมือแล้ว!”
หลังจากที่คนรับใช้และทหารรักษาการณ์ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป เพราะถึงอย่างไรเสียเหล่าอัจฉริยะของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดก็ไม่ควรที่จะไปยุ่งด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนตรงหน้านี้ที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง และบางคนถึงกับกระซิบว่า “เขาคือหานลั่วสุ่ยผู้นั้น?”
“ใช่ เขานั่นแหละ น่ากลัวมาก”
…
หนานลัวแสดงสีหน้าดูไม่ได้และมองไปที่บุรุษเย็นชา ซึ่งอีกฝ่ายมีผมปกคลุมใบหน้าครึ่งหนึ่ง เขากล่าวว่า “คุณชายหาน หมอเทวดาลู่เป็นผู้ช่วยชีวิตขององค์จักรพรรดิ ข้าได้รับ…”
“ข้าไม่สนใจว่าเขาจะเป็นใคร ตราบใดที่เขายุ่งกับแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดของข้า ก็จะไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้!” หานลั่วสุ่ยพูดแทรกขึ้นมาทันที
หนานลัวกระวนกระวายทันที และไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ ขณะที่หานลั่วสุ่ยก็กล่าวต่อไปว่า “ข้าให้เวลาเจ้าเพียงครึ่งเค่อ หากเจ้าไม่ส่งเขามาภายในครึ่งเค่อ เช่นนั้นที่นี่ก็ต้องนองเลือดแล้ว!”
คนในจวนหนานลัวได้ยินสิ่งนี้พลันหน้าเปลี่ยนสี
ผู้คนที่อยู่ด้านนอกประตูต่างสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกหนึ่ง และบางคนถึงกับพูดว่า “หานลั่วสุ่ยผู้นี้บ้าคลั่งไปแล้วจริง ๆ”
“ไร้สาระ เขาเป็นผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดธาตุน้ำอันดับที่สามของจวนตะวันคล้อย แล