ะดูกอสูรเหล่านี้เท่านั้น แต่ไม่สามารถทำร้ายลู่เฉินได้
สิ่งนี้ทำให้ผู้คนจากสำนักภูเขาภูตสาปแช่ง
ในที่สุดชิงเฟิงหมิงและกุ๋ยเจี่ยจื่อก็เข้าใจว่าเหตุใดลู่เฉินถึงไม่กลัวเจ้าสำนัก!
แต่ฝั่งเจ้าสำนักกลับพูดอย่างเย็นชาว่า “หากเจ้ามีความสามารถ ก็จงซ่อนในวิหารนี้ตลอดไป!”
“ไม่ตลอดหรอก อีกเดี๋ยวเจ้าก็หาข้าไม่พบแล้ว!” ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม และทุกคนไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอันใด แต่ครู่ต่อมา ลู่เฉินก็ยื่นมือไปสัมผัสโลงศพของชิงเฟิงหมิง
หลังจากนั้น ทั้งลู่เฉินและโลงศพก็พลันหายไป
“หายไปไหนแล้ว?” เจ้าสำนักพลันตกใจ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี และพวกเขาก็เริ่มค้นหาร่องรอยของลู่เฉิน แต่ดูเหมือนว่าลู่เฉินจะหายไปกลางอากาศอย่างไรอย่างนั้น
แท้จริงแล้วลู่เฉินใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นลี้’ กลับไปที่ทางเดินของสุสานราชวงศ์หนานโยว เพื่อไปยังภูเขาภูตผีแห่งแดนทักษิณา และเขายังนำโลงศพกลับมาที่สุสานราชวงศ์หนานโยวชั้นที่เก้า
ชิงเฟิงหมิงที่อยู่ในโลงศพเอ่ยด้วยความเหลือเชื่อ “คิดไม่ถึงว่าพวกเราจะออกมาแล้ว?”
แม้แต่กุ๋ยเจี่ยจื่อยังพูดขึ้นว่า “นายท่านช่างร้ายกาจยิ่ง”
ทันใดนั้น ลู่เฉินกลับหยุดฝีเท้าแล้วพูดกับชิงเฟิงหมิงและกุ๋ยเจี่ยจื่อว่า “ข้าต้องการให้พวกเจ้าคอยเฝ้าพวกคนของสำนักภูเขาภูต”
“คอยเฝ้า? เจ้าสำนักคนนั้นจะไม่ฉีกพวกเราเป็นชิ้น ๆ หรือ!” ชิงเฟิงหมิงตัวสั่นงันงกอยู่ในโลงศพ ส่วนกุ๋ยเจี่ยจื่อก็คิดเช่นนั้น
ลู่เฉินมองพวกเขาด้วยรอยยิ