ลงก่อนจะพูดว่า “ไปกันเถอะ”
จากนั้นลู่เฉินก็พาองค์จักรพรรดิที่ดูเป็นกังวลกลับไปที่สุสานราชวงศ์ ก่อนจะเดินออกจากสุสานราชวงศ์และเข้าไปในพระราชวัง
ทว่าตลอดทางเดินที่นำไปสู่ภายนอกสุสานราชวงศ์ พวกเขากลับรู้สึกไม่สบายใจตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ผู้อาวุโสที่เฝ้าอยู่หน้าสุสานราชวงศ์ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ถามอันใดมากนัก แต่เพราะความสามารถด้านค่ายกลของลู่เฉิน ทำให้พวกเขาฉุกคิดบางอย่าง ก่อนที่ผู้อาวุโสบางคนจะถ่ายทอดเสียงไปหาองค์จักรพรรดิเป็นการส่วนตัว เพื่อให้องค์จักรพรรดิดึงลู่เฉินมาเป็นพวกให้ได้
หลังจากที่องค์จักรพรรดิตอบรับพวกเขาแล้ว เจ้าตัวก็ออกจากสุสานราชวงศ์ไป
ระหว่างทาง องค์จักรพรรดิมีท่าทีสงบลงและมองดูคนข้างกาย “หมอเทวดาลู่ ข้ามีเรื่องหนึ่งไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่”
“พูดมาสิ” ลู่เฉินไม่รู้ว่าองค์จักรพรรดิจะพูดอันใด ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังมีท่าทีสุภาพกับตนมาก ดังนั้นเขาจึงรู้สึกฉงนเล็กน้อย