ทั่งค่ายกลรอบ ๆ เริ่มโจมตีอู่เหยียน และร่างของอู่เหยียนก็ถูกทำลายทันที หลงเหลือเพียงวิญญาณของเขา
หลังจากนั้นเงานั่นก็ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อเขาพบว่าตนเองเหลือเพียงวิญญาณ เขาก็สาปแช่งออกมาทันที “เจ้า ไอ้สารเลว!”
“ตื่นแล้วหรือ?” ลู่เฉินมองไปที่อู่เหยียนด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นอู่เหยียนก็ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่และถามว่า “เจ้า เมื่อครู่นี้เจ้าทำอันใดกับข้า?”
“แน่นอนว่าข้าต้องทำให้เจ้าพูดอันใดที่น่าสนใจ” ลู่เฉินยิ้ม
อู่เหยียนพลันร้อนใจขึ้นมา “อันใด เป็นอันใดกันแน่?”
“สวมหน้ากากหัวหมาป่าสีทอง และมือขวายังมีเพียงสามนิ้ว รวมทั้งให้เจ้าดื่มสุรา กินยาเม็ดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง” ลู่เฉินกล่าว
อู่เหยียนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกหวาดกลัว ” ไม่ ข้าไม่สามารถบอกเจ้าได้!”
ชิงเฟิงหมิงและกุ๋ยเจี่ยจื่อที่อยู่ข้าง ๆ ต่างตกใจ พวกเขาไม่คาดคิดว่าอู่เหยียนจะถูกลู่เฉิน ‘สะกดจิต’ โดยไม่รู้ตัว และหลังจากตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าตนพูดอันใดไป
ลู่เฉินหัวเราะอย่างเย็นชา “จะบอกหรือไม่บอกนั้น มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้า!”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็นำกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา และรีบกำจัดวิญญาณของอู่เหยียน
“เจ้า เจ้าจบไม่สวยแน่!” อู่เหยียนตะคอกใส่ด้วยความเดือดดาล
ทว่าลู่เฉินไม่สนใจ แต่กลับพาชิงเฟิงหมิงและกุ๋ยเจี่ยจื่อเดินออกจากที่นี่
แต่ทันทีที่เขาเดินออกจากห้องโถงนี้และมาถึงเขตต้องห้ามด้านนอก เขาก็เห็นเจ้าสำนักนั่งอยู่บนหลังม