ไม่ได้”
ลู่เฉินพูดจบก็ยัดยาห้วงนิทราเข้าไปในร่างกายของอู่เหยียน อีกฝ่ายมีท่าทีดื้อรั้นในคราแรก แต่หลังจากนั้นไม่นานก็หลับไป
ชิงเฟิงหมิงและกุ๋ยเจี่ยจื่อที่อยู่ด้านข้างพลันสงสัยว่าลู่เฉินทำอันใดกับอู่เหยียน
“บอกข้ามาว่าใคร!” ลู่เฉินเริ่มถามทันที และอู่เหยียนก็เอ่ยอย่างสะลึมสะลือว่า “เขา…เขา…สวมหน้ากากที่เป็นหัวหมาป่าสีทอง…จู่ ๆ ก็มายืนอยู่ข้างหลังข้า …และพูดว่าตราบใดที่ข้าช่วยเขาและชิงรากวิญญาณของเจ้า ข้าก็จะได้รับความแข็งแกร่ง…”
“มีจุดเด่นอันใดอีกบ้าง?” ลู่เฉินยังคงถามต่อ
อู่เหยียนตอบว่า “มือขวาของเขามีเพียงสามนิ้ว และร่างกายของเขาเต็มไปด้วยปราณวิญญาณสีทองเข้มข้น”
“สามนิ้ว?”
“ใช่…” อู่เหยียนส่งเสียงตอบรับ
หลังจากขบคิดเรื่องนี้แล้ว ลู่เฉินก็ถามต่อไปว่า “มีอันใดอีก?”
“เขา… หยิบน้ำเต้าทองคำออกมา ให้ข้าดื่มสุราอึกหนึ่ง และมอบยาเม็ดหนึ่งให้ข้า จากนั้นพลังยุทธ์ของข้า… ก็เปลี่ยนจากขั้นสร้างรากฐานเป็นขั้นหลอมแก่นแท้ แล้วก็เริ่มเปลี่ยนเป็นขั้นก่อกำเนิด…”
แสงประหลาดพลันส่องประกายวาบผ่านแววตาของลู่เฉิน “นอกเหนือจากนี้ยังมีอันใดอีก?”
“หลังจากที่ข้าอยู่ในขั้นก่อกำเนิด เจ้าสำนักของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก็แนะนำให้ข้าไปที่สำนักภูเขาภูต จากนั้นข้าก็ไม่ได้ติดต่อเขาอีกเลย”
“เขาไม่เคยติดต่อเจ้าอีกเลยหรือ?”
“ไม่” อู่เหยียนพยักหน้า
หลังจากที่ลู่เฉินได้ฟังเรื่องราวเหล่านั้น เขาก็มีท่าทีเคร่งขรึมขึ้นมา จนกระ