ู่เหยียนกระวนกระวายอยู่หลังประตู
ไม่ใช่แค่อู่เหยียนเท่านั้น แม้แต่ชิงเฟิงหมิงก็ตกใจเช่นกัน และกุ๋ยเจี่ยจื่อเองก็อ้าปากค้างไปแล้ว “นายท่าน นี่… ช่างน่าทึ่งจริง ๆ!”
ในเวลานั้นเอง ลู่เฉินก็ได้ผลักประตูเปิดออก
สิ่งที่ดึงดูดสายตาของลู่เฉินคือปราณเยือกแข็งและการไหลของปราณสีดำ แต่แล้วเขาก็เพิกเฉยต่อปราณเยือกแข็งและเดินเข้าไปทีละก้าว
ชิงเฟิงหมิงที่อยู่ในโลงศพยังคงควบคุมโลงศพให้เคลื่อนไหวตามไป
ทว่าเมื่อเห็นฉากในห้องโถง ชิงเฟิงหมิงก็ถึงกับตกใจ “นี่…!”
เขาเห็นโครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนลอยอยู่ที่นี่ และสิ่งที่แตกต่างจากข้างนอกคือโครงกระดูกเหล่านี้ ‘ตาย’ โดยไร้ซึ่งกลิ่นอายของชีวิต
คราแรกมันดูไร้ชีวิตชีวา
แต่สิ่งเหล่านี้ลอยได้อย่างไร? นั่นทำให้ชิงเฟิงหมิงรู้สึกประหม่า ส่วนลู่เฉินนั้นได้แต่หัวเราะออกมาด้วยสีหน้าชั่วร้าย “น่าสนใจมาก!”
“นายท่าน… ไม่คิดว่ามันแปลกหรือ?” ชิงเฟิงหมิงรู้สึกงุนงง แต่ลู่เฉินเพียงมองเข้าไปในความมืดอย่างนึกสนุก “ไม่ออกมาหรือ?”
“ข้าไม่ออก!” อู่เหยียนตะคอกใส่
ลู่เฉินยิ้มโดยไม่พูดอะไร หลักจากนั้นก็วุ่นวายอยู่รอบ ๆ ในขณะที่ชิงเฟิงหมิงอยากรู้ว่าลู่เฉินกำลังคิดจะทำอะไร
อู่เหยียนตะโกนออกมาจากความมืดอีกครั้งว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าทำอะไรอยู่?”
“ไม่ต้องรีบร้อน” ลู่เฉินยิ้มคล้ายไม่ยิ้มอยู่ที่นั่น
คำพูดเหล่านี้ทำให้อู่เหยียนเยาะเย้ยว่า “อย่าคิดว่าเจ้าแกล้งทำเป็นลึกลับแล้วข้าจะกลัวเจ้า!”
ลู่