เฉินไม่เอ่ยตอบ เขายังคงทำงานของตัวเองต่อไป จนกระทั่งครึ่งชั่วยามต่อมา เขาก็ปรบมือขึ้น “น่าจะพอประมาณแล้ว”
ชิงเฟิงหมิงรู้สึกสงสัย “นายท่าน นี่ท่าน…”
“เตรียมค่ายกลเพื่อที่เขาจะได้ไม่สามารถหลบหนีไปได้” ลู่เฉินยิ้ม และแล้วชิงเฟิงหมิงก็ตระหนักได้ในทันที แต่ก็รู้สึกตกตะลึงขึ้นมา “สร้างค่ายกลได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้เชียวหรือ?”
ทว่าอู่เหยียนกลับหัวเราะเยาะ “เจ้าหนุ่ม เจ้าจะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามในการสร้างค่ายกลเพื่อจัดการกับข้างั้นหรือ?”
“เพื่อจัดการกับเจ้า ค่ายกลนี้นับว่าเพียงพอแล้ว” ลู่เฉินพูดอย่างมั่นใจ
อู่เหยียนจึงเย้ยหยันต่อไปและไม่สะทกสะท้านใด ๆ “เช่นนั้นรอดูว่าใครจะจัดการใคร!”
พริบตานั้นเอง อากาศโดยรอบเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ กระทั่งเหล่าโครงกระดูกซึ่งลอยอยู่นั้นแข็งตัวขึ้นมาทันทีและหายไปอย่างกะทันหัน
และในขณะที่ ‘ทุ่งหิมะ’ ปรากฏขึ้นรอบ ๆ มนุษย์และอสูรจำนวนมากก็ปรากฏตัวขึ้นบนทุ่งหิมะแห่งนี้
มนุษย์และอสูรเหล่านี้จ้องมองมายังลู่เฉิน
ชิงเฟิงหมิงถึงกับตื่นตระหนก “นายท่าน เหตุใดที่นี่ถึงมีคนมากมายเพียงนี้!”
“แค่ภาพลวงตา!” ลู่เฉินไม่ได้จริงจังกับสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย แต่อู่เหยียนกลับยิ้มแปลก ๆ “ภาพลวงตา? เจ้าแน่ใจหรือ?”
ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้ม จากนั้นเขาก็หยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา เล่นวนไปมาสองสามครั้ง เสียงกู่ฉินกระทบไปรอบ ๆ และโครงกระดูกเหล่านั้นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่าในเวลาเดียวกันนั้น มน