ุษย์และอสูรร้ายเหล่านั้นก็พลันหายไป
ชิงเฟิงหมิงตกใจเมื่อเห็นความสงบรอบตัวเขา “น่าทึ่งมาก!”
อู่เหยียนเริ่มกระวนกระวายเล็กน้อย “เจ้า…มีความสามารถอยู่เหมือนกันนี่!”
“หากรู้ว่าข้ามีความสามารถ เช่นนั้นเจ้าก็จงออกมา มิฉะนั้นหากรอให้ข้าหาเจ้าพบ ถึงตอนนั้นเจ้าแย่แน่!” ลู่เฉินหัวเราะ แต่อู่เหยียนกลับคำรามว่า “เจ้าเลิกคิดว่าจะหาข้าพบไปได้เลย!”
“โอ้? มั่นใจขนาดนั้นเลย?”
“ไร้สาระ!” อู่เหยียนพูดอย่างมั่นใจ
ลู่เฉินเผยยิ้มแปลก ๆ จากนั้นก็โบกมือ ทันใดนั้นโครงกระดูกทั้งหลายก็เคลื่อนเข้าหากันทีละชิ้น ก่อนจะเรียงซ้อนกันเป็น ‘บ้าน’
ชิงเฟิงหมิงรู้สึกสับสนทันที “โครงกระดูกกลายเป็นบ้าน?”
แต่สิ่งที่ทำให้ชิงเฟิงหมิงตกใจที่สุดก็คือ หลังจากที่โครงกระดูกเหล่านี้กลายเป็น ‘บ้าน’ เขาก็เห็นร่างหนึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่ในบ้านหลังนั้น และบุคคลนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก อู่เหยียน
เขามองเห็นว่าอู่เหยียนมีไอภูตผี และในขณะเดียวกันก็มีเปลวไฟสีแดงลุกโชนอยู่
นอกจากนี้ยังมีเงากระดูกสีขาวลอยอยู่ข้างหลังอู่เหยียน
เงากระดูกสีขาวนี้มีหกนิ้วบนฝ่ามือทั้งสอง และมันเปล่งแสงสีขาวออกมาซึ่งดูแล้วน่าพิศวงเป็นอย่างมาก
เมื่อเห็นฉากนี้แล้ว ชิงเฟิงหมิงก็พลันตกใจ “นายท่าน นี่คือกระดูกศักดิ์สิทธิ์!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เฉินก็จ้องมองไปที่มันและพบว่ามันมี ‘เจ้านาย’ อยู่เบื้องหลัง เพราะนี่เป็นเพียงโครงกระดูกที่ถูก ‘อัญเชิญ’ ไม่ใช่โครงกระดูกที่แท้จร