นั้นหรือ?”
“มีปัญหาใดหรือ?”
“ข้ายังไม่ได้ถามเรื่องใด และยังไม่ได้กล่าวโทษเจ้า แต่เจ้ากล้าดีอย่างไรจึงถามหาสิ่งนี้ทีสิ่งนั้นที! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน?” ชิงเฟิงหมิงรู้สึกว่าลู่เฉินแทบจะไม่ได้สนใจตนเลยแม้แต่น้อย จึงรู้สึกบันดาลโทสะขึ้นมา
ชายหนุ่มกลับตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า วางใจเถิด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กุ๋ยเจี่ยจื่อก็พลันรู้สึกสับสนขึ้นมา
ชิงเฟิงหมิงโมโหจนกระแทกไม้เท้าในมือขวาลงอย่างแรง เพียงไม่นาน ไอภูตผีมากมายก็แผ่กระจายออกมาจากร่างกาย ไอภูตผีเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นเถาวัลย์พันล้อมลู่เฉินไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เขาสามารถหนีออกไปได้
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า กุ๋ยเจี่ยจื่อจึงหวาดกลัวขึ้นมา “นายท่าน ท่าน”
ลู่เฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เพียงแค่เถาวัลย์ไม่กี่เส้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากนัก!”
แต่ชิงเฟิงหมิงกลับหัวเราะอย่างเย็นชา “เจ้าหนุ่ม เจ้าถูกข้ากักขังไว้ ยังกล้าเพียงนี้เชียวหรือ?”
“กักขัง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำลายข้าได้?” ลู่เฉินตอบกลับอย่างไม่ไยดี แต่ชิงเฟิงหมิงกลับยิ้มประหลาดออกมา “ตราบใดที่ข้าต้องการ ข้าก็สามารถทำให้ร่างของเจ้าให้แหลกสลายลงได้ในพริบตาเดียว!”
“โอ้? เจ้าน่ะหรือ?” ลู่เฉินยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
ชิงเฟิงหมิงทนต่อความหยิ่งทะนงของลู่เฉินไม่ไหว จึงตะโกนขึ้นมาด้วยความโมโห “ไปตายซะ!”