สีฟ้าอ่อนไว้ มือขวาถือไม้เท้าสีดำ ขณะเดียวกันผมบนศีรษะนั้นดูกระเซอะกระเซิง ดวงตาทั้งสองดูพร่ามัว ดูราวกับวิญญาณร่อนเร่พเนจร
เมื่อเห็นคนผู้นี้ ลำคอของกุ๋ยเจี่ยจื่อดูติดขัดขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น หวาดกลัวจนต้องไปยืนหลบอยู่ด้านหลังลู่เฉิน ไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้ากับชายชราผู้นี้ตรง ๆ แต่เขายังคงแนะนำคนผู้นี้ให้ลู่เฉินรู้จัก “เขา เขาก็คือผู้อาวุโสผู้นั้น ชิง ชิงเฟิง ชิงเฟิงหมิง”
ลู่เฉินมองไปยังผู้ที่ถูกเรียกว่าชิงเฟิงหมิง เขามีรากวิญญาณสวรรค์ระดับหกดาว ขณะเดียวกันนั้น ขั้นพลังยังอยู่ในขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อม แต่อีกฝ่ายก็เป็นผู้ฝึกตนสองวิถี บางครั้งร่างกายก็ถูกล้อมไปด้วยไอภูตผี
“เจ้าหนุ่ม ช่างกล้ายิ่งนัก ถึงได้มาก่อกวนถึงที่นี่!” ชิงเฟิงหมิงกล่าวจบจึงมองมายังลู่เฉินจากระยะไกลด้วยสายตาแค้นเคือง แต่ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้มออกมา “เจ้าคือหนึ่งในผู้อาวุโสของสำนักภูเขาภูตงั้นหรือ?”
“ใช่ สำนักภูเขาภูต ชิงเฟิงหมิง! ผู้ดูแลหน้าผาภูตแห่งนี้!” คนผู้นี้เอ่ยถึงสถานะของตนอย่างชัดเจน
ลู่เฉินพยักหน้าพลันเอ่ยถามว่า “ภายในนี้เป็นคนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด?”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้าหรือ?” ชิงเฟิงหมิงเบิกตากว้างพลางย้อนถาม ลู่เฉินจึงยิ้มตอบ “ข้าตามหาคนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอู่เหยียนผู้นั้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น ชิงเฟิงหมิงจึงเอ่ยด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดว่าตนเองนั้นมีอายุยืนยาวมากอย่าง