อสับสนขึ้นมา แต่เขาก็จำต้องขึ้นภูเขาไปพร้อมกับลู่เฉิน
เช่นนี้แล้ว ทั้งสองจึงมาถึงยอดเขา
บนยอดเขาแห่งนี้มีพื้นที่ มีค่ายกล และมีหน้าผา
บริเวณด้านข้างของริมหน้าผานี้มีผู้คนนั่งอยู่มากมาย แต่ละคนที่นั่งอยู่ในบริเวณนี้มีท่าทางราวกับรูปปั้นอย่างไรอย่างนั้น ขณะเดียวกัน บนศีรษะของคนเหล่านี้ยังมีภาพเสมือนสีขาวอยู่ภาพหนึ่ง
ภาพเสมือนสีขาวนั้นเป็นโครงกระดูกส่วนหนึ่ง
“นั่นคือสิ่งใด?” ลู่เฉินมองไปยังภาพเสมือนนั้นพลางเอ่ยถาม กุ๋ยเจี่ยจื่อจึงตอบออกมาด้วยความตื่นเต้น “ภาพเสมือนของโครงกระดูกศักดิ์สิทธิ์!”
“ภาพเสมือนโครงกระดูกศักดิ์สิทธิ์?”
“ใช่ พวกเราทุกคนเมื่อเข้าร่วมสำนักภูเขาภูต ต่างก็ต้องสาบานต่อหน้าโครงกระดูกศักดิ์สิทธิ์ว่าจะภักดีต่อสำนักภูเขาภูต และสิ่งนี้กับโครงกระดูกศักดิ์สิทธิ์นั้นต่างก็เหมือนกัน เพียงแค่เป็นภาพเสมือนเท่านั้น” กุ๋ยเจี่ยจื่อตอบ
ลู่เฉินจ้องไปยังภาพเสมือนเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำออกมา “ดูเหมือนว่ารากวิญญาณคงจะได้รับผลกระทบจากมัน จึงสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากมายเช่นนี้!”
ขณะที่ลู่เฉินกำลังรู้สึกถึงความแปลกใหม่อยู่นั้น น้ำเสียงเคร่งขรึมก็ดังขึ้นมากลางอากาศ “ช่างกล้ายิ่งนัก! กล้านำคนนอกเข้ามาที่แห่งนี้ได้!”
กุ๋ยเจี่ยจื่อพลันหวาดกลัวขึ้นมา ไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรดี
และในขณะนั้นเอง บนท้องฟ้าได้ปรากฏเงาร่างของคนผู้หนึ่งขึ้นมา
คนผู้นี้คือชายชราคนหนึ่ง ด้านหลังแบกโลงศพหิน