ดำนั้นเป็นผิวขาวผุดผ่องราวกับหิมะ ซึ่งทำให้ดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
“ว่ามาเถิด!” ลู่เฉินนำหน้ากากนั้นขึ้นมาดูและจ้องมองไปยังกุ๋ยเจี่ยจื่อ อีกฝ่ายจึงทำได้เพียงหลับตาลงและตะโกนออกมา “เขา เขาไปยังสถานที่ต้องห้ามของสำนักภูเขาภูต!”
ทุกคนต่างคิดว่ากุ๋ยเจี่ยจื่อจะกลายเป็นกองกระดูกไปในทันที
แต่ใครจะคาดคิดว่ากลับไม่เกิดอะไรขึ้นกับกุ๋ยเจี่ยจื่อ
ส่วนกุ๋ยเจี่ยจื่อนั้น หลังจากพูดออกไปแล้วกลับรู้สึกว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ เขาจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สัมผัสไปทั่วใบหน้าและแขนทั้งสองข้าง เมื่อพบว่าตนยังมีชีวิตอยู่ จึงแสดงความดีอกดีใจออกมา “ข้ายังไม่ตาย ข้ายังไม่ตาย!”
ลู่เฉินยิ้ม “ข้าบอกแล้วว่าจะไม่ตายก็คือไม่ตาย!”
กุ๋ยเจี่ยจื่อดีใจ ส่วนคนอื่น ๆ ต่างก็มองไปยังลู่เฉิน บางคนถึงกับขอร้องออกมา “เจ้า เจ้าช่วยพวกเราด้วย!”
“ใช่ ช่วยพวกเรา ไม่ว่าสิ่งใดข้าก็ยินดีช่วยเจ้า!”
จากนั้นคนเหล่านี้ต่างก็ร้องขอความช่วยเหลือจากลู่เฉิน ลู่เฉินจึงมองพวกเขาด้วยแววตาแปลกใจ “หรือว่า พวกเจ้าก็ไม่ได้ยินดีที่จะเข้าร่วมสำนักภูเขาภูตนี้?”
กุ๋ยเจี่ยจื่ออธิบายออกมาด้วยความตื่นเต้น “พวกเราต่างก็ถูกจับมา และเมื่อภักดีต่อสำนักภูเขาภูต นับแต่นั้นก็ไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้อีกต่อไป!”
“ไม่มีโอกาสออกไป?”
“ตอนนี้ พวกเราอยู่ที่นี่มาหลายร้อยปีแล้ว มีผู้อาวุโสที่อยู่มานานนับพันปีก็ไม่สามารถออกไปได้” กุ๋ยเจี่ยจื่อตอบ ลู่เฉินไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นน