นมาจึงเอ่ยถามว่า “หรือเพียงแค่เขานำทางข้าไปคนเดียวก็พอ พวกเจ้าและคนอื่น ๆ จงสวมหน้ากากต่อไป ซ่อนตัวอยู่ภายในสำนักภูเขาภูตนี้!”
“หลบซ่อน?” ทุกคนมองหน้ากัน ลู่เฉินมักจะเหลือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองไว้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงให้พวกเขาทำราวกับว่าไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น
ส่วนลู่เฉินนั้นได้เดินตามกุ๋ยเจี่ยจื่อไปเพียงลำพัง
ขณะที่กำลังเดินทางนั้น กุ๋ยเจี่ยจื่อพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมา “นายท่าน เหตุใดจึงเลือกข้า?”
“หรือว่า เจ้าไม่อยากแข็งแกร่งขึ้นงั้นหรือ?” ลู่เฉินมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม กุ๋ยเจี่ยจื่อจึงย้อนถามด้วยความแปลกใจ “แข็งแกร่งขึ้น?”
“อืม!” ลู่เฉินขานรับ
กุ๋ยเจี่ยจื่อจึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา “ข้าอยากแข็งแกร่งขึ้น!”
ลู่เฉินจึงยิ้มออกมา “เพียงแค่เจ้าช่วยข้า ข้าก็จะช่วยเจ้าเพิ่มพลังยุทธ์!”
“เพิ่ม?” กุ๋ยเจี่ยจื่อเชื่อแต่ก็ยังคงสงสัย
ลู่เฉินพยักหน้า แต่กุ๋ยเจี่ยจื่อได้ถูกฝังยันต์หุ่นเชิดเข้าไปแล้ว เขาจึงทำได้เพียงเลือกที่จะช่วยเหลือลู่เฉิน ดังนั้นจึงตอบกลับอย่างว่าง่าย “นายท่าน ท่านพูดมาเถิด ข้าจำเป็นต้องทำอย่างไร!”
“เล่าเรื่องสำนักภูเขาภูตนมาก่อน!”
“สำนักภูเขาภูต?”
“อันดับแรก พวกเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร ทางออกอยู่ที่ใด? คนเช่นไรจึงจะสามารถออกไปจากภูเขาภูตได้!” ลู่เฉินค่อย ๆ ถามออกมา