พาเขาเข้าไป”
องค์จักรพรรดิขมวดคิ้ว “แต่ค่ายกลนั้นเป็นค่ายกลระดับศักดิ์สิทธิ์”
“เจ้าไม่ได้บอกว่าเขาทรงพลังมากหรือ?” เสียงที่เข้มงวดในความมืดถามกลับ และองค์จักรพรรดิก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมองไปที่ลู่เฉิน “มีค่ายกลระดับศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ทางเข้านั้น ถ้าเจ้าไปผิดทาง เจ้าจะถูกทุบเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างง่ายดาย”
“เปิดประตูเถิด” ลู่เฉินไม่ได้อธิบายอันใดมากนัก เพียงบอกให้เปิดประตูเท่านั้น
องค์จักรพรรดิไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตรัสกับผู้อาวุโสเหล่านั้นในความมืดว่า “ทุกท่าน เปิดประตูเถิด”
จากนั้นประตูก็เปิดออกเผยให้เห็นทางเดินที่มืดมิดสายหนึ่ง
“เจ้า… ระวังตัวด้วย” องค์จักรพรรดิไม่รู้ว่าจะเอ่ยอันใด ดังนั้นเขาจึงได้แต่เตือนลู่เฉินเช่นนี้ แต่ลู่เฉินก็เดินเข้าไปในค่ายกลนั้นโดยไม่ได้คิดอันใดมาก
เดิมทีคนที่อยู่ในความมืดเหล่านั้นยังคิดว่าลู่เฉินจะถอยกลับ แต่ผู้ใดจะรู้ว่าเขาไม่ได้ถอยกลับ ทว่ายังเดินเข้าไปโดยไม่มีอันใดเกิดขึ้นด้วย
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนตกใจและทำให้พวกที่อยู่ในความมืดฉงนยิ่งนัก
บางคนก็ถามแปลก ๆ ว่า “นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?”
“หรือว่าเขารู้มาก่อน?”
องค์จักรพรรดิปฏิเสธทันทีว่า “ข้าไม่ได้บอกเขา”
ทุกคนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จนกระทั่งลู่เฉินเดินออกจากทางเดิน องค์จักรพรรดิก็เดินตามมาพลันชมลู่เฉินว่า “หมอเทวดาลู่ เจ้าเก่งจริง ๆ”
แต่ชายหนุ่มกลับมองไปรอบ ๆ
เห็นเพียงรอบด้านมืดสนิท และท้องฟ้า ‘ยังเต