เป็นเช่นไรบ้าง จัดการเรียบร้อยหรือไม่?”
“เสด็จแม่ ลูกยังจัดการไม่เรียบร้อย”
“ยังไม่เรียบร้อย?” พระสนมอู่รู้สึกไม่ยินดีนัก แต่องค์ชายเจ็ดรีบกล่าวปลอบโยนขึ้นมาทันที “เสด็จแม่ ท่านไม่ต้องกังวลไป!”
“อย่างไร?!”
องค์ชายเจ็ดจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ “ดังนั้นที่ลูกมานี้ ก็เพื่อต้องการให้เสด็จแม่คิดหาวิธีที่จะทำให้ทหารยามเกราะดำออกไปให้ได้ และทำให้คนพวกนั้นไม่สามารถส่งสัญญาณเรียกพวกเขามาได้”
“นี่เป็นเพียงเรื่องเล็ก คืนนี้ข้าจะจัดการเอง ส่วนคนผู้นี้… เจ้าบอกว่าเขาคือผู้ที่อยู่ในสำนักเก้าสุขสงบงั้นหรือ?”
“ใช่ คือเขาผู้นั้น เป็นเพียงคนผู้หนึ่งที่ใช้พลังค่ายกล ทำให้หลาย ๆ สำนักพ่ายแพ้ไปได้” องค์ชายเจ็ดอธิบาย เมื่อพระสนมอู่ได้ฟัง สายตาจึงเปล่งประกายขึ้นมา “เช่นนั้น เขายิ่งควรถูกสังหารเสีย!”
“เสด็จแม่ ท่านวางใจเถิด คืนนี้ลูกจะต้องจับเขาและนำมามอบให้ท่าน!” องค์ชายเจ็ดเอ่ยสัญญา
พระสนมอู่สบตาองค์ชายเจ็ด แต่ยังมีความรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย “เช่นนั้น คืนนี้ข้าจะส่งเฮยเม่ยไปคอยช่วยเหลือเจ้า หากพวกเจ้าไม่สามารถจัดการได้ ถึงเวลานั้นค่อยให้นางออกมา”
“เช่นนั้นยิ่งดีพ่ะย่ะค่ะ!” เมื่อองค์ชายเจ็ดได้ยินชื่อเฮยเม่ยก็รู้สึกราวกับมีพลังขึ้นมา เมื่อมีนางอยู่ เขาก็รู้สึกว่าจะสามารถจัดการลู่เฉินให้พ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดาย
“อืม ออกไปก่อนเถิด” เมื่อพระสนมอู่กล่าวจบ องค์ชายเจ็ดจึงเดินออกไป แต่พระสนมอู่กลับเอ่ยบ