านรับคำ จากนั้นเงานั้นก็หายไป ทว่าลู่เฉินไม่ได้รีบลืมตา ทว่ากลับสื่อสารไปยังเชียนหลิงและเกาจี้
“ตอนนี้พวกเจ้าอยู่ที่ใดกัน?” ลู่เฉินเอ่ยถามคนทั้งสอง และทั้งสองต่างก็แสดงให้เห็นถึงการถูกลงทัณฑ์
“ถูกลงทัณฑ์?” ลู่เฉินแปลกใจ เชียนหลิงจึงกล่าวขึ้นมาว่า “ท่านนักบุญหญิงคิดว่าพวกเราทรยศวังเหมันต์สงัด ดังนั้นจึงลงทัณฑ์พวกข้าอยู่ภายในสำนัก”
คำตอบของเกาจี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน
ลู่เฉินจึงทำได้เพียงให้พวกเขาอยู่ที่นั่นต่อไป จากนั้นตนก็กลับสู่ร่างเดิมและเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “นักบุญหญิงผู้นี้นับว่ามีความรอบคอบยิ่งนัก”
ทว่ายังโชคดีที่ลู่เฉินสามารถปราบคนจากสำนักไสยมนต์ดำได้ และคนเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการสอดแนม ดังนั้นเขาจึงรอคอยอยู่ที่นั่นอย่างใจเย็น
จนกระทั่งพลบค่ำ ชายหนุ่มก็ได้ออกจากจวนของหนานลัวและตรงไปยังหอดอกแก้ว
ภายในหอดอกแก้วเต็มไปด้วยความครึกครื้น ที่นี่คือสถานที่อันดับหนึ่งแห่งแดนทักษิณา ดังนั้นทุก ๆ วันจึงมีชายหนุ่มมากมายที่เบื่อหน่ายมาหาความสนุกในที่แห่งนี้ และการบริการภายในนี้ก็นับว่าดียิ่ง ทำให้คนจำนวนมากยอมที่จะจ่ายเงินให้กับที่แห่งนี้
สำหรับผู้ที่เคยมาเป็นครั้งแรกอย่างลู่เฉินนั้น เขากลับไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่แต่อย่างใด เพียงเดินเข้าไปภายในหอนางโลมด้วยความมั่นใจ และที่นั่นก็มีจางเชียนและตู๋ซานชิงรออยู่ก่อนแล้ว
ดังนั้นเมื่อทั้งสองเห็นลู่เฉินก้าวผ่านประตูเข้ามา จางเชียนจึงเอ่ยขึ้นมา