ลังจากได้เห็นกับตาตัวเอง มันก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา จึงหันไปสั่งการกับทั้งสอง “เพิ่มพลังให้มากกว่านี้!”
ทั้งสองไม่มีสมบัติวิญญาณ จึงไม่สามารถสำแดงพลังออกมาได้มาก ดังนั้นไม่ว่าจะโจมตีอย่างไรก็ไม่สามารถทำลายการป้องกันของลู่เฉินได้
จนกระทั่งลู่เฉินเอ่ยออกมา “ถึงคราวของข้าแล้ว?”
ทั้งสองยังไม่ทันได้ตอบโต้ใด ๆ ชายหนุ่มก็นำกระบี่สยบเก้าทิศออกมา จากนั้นทุกคนจึงได้เห็นฉากอันน่าหวาดกลัว นั่นก็คือพลังปราณรอบกายลู่เฉินหนาแน่นขึ้น และปราณกระบี่นับพันก็ถูกบีบอัดเข้าด้วยกัน
จากนั้นปราณกระบี่ทั้งหมดนี้พลันโจมตีไปยังร่างหนึ่ง แต่เพราะก่อนหน้านี้คนผู้นั้นได้เปิดม่านป้องกันไฟเพลิงออกมา จึงทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก แต่เพราะการโจมตีที่ทรงพลังจึงทำให้เขากระเด็นออกไปตกอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน
แววตาขององค์ชายเจ็ดเผยความเย็นเยียบ จากนั้นเขาก็รีบถอยออกไปยังถนนใหญ่และตะโกนขึ้นมาทันที “เข้ามา! ที่นี่มีคนสร้างความวุ่นวาย!”
กลุ่มทหารรักษาการณ์ที่เฝ้ารออยู่รอบ ๆ นั้น เมื่อเห็นองค์ชายเจ็ดตะโกนขึ้นมา พวกเขาก็ปรี่เข้ามาทันที กลุ่มทหารรักษาการณ์ที่คอยลาดตระเวรอยู่นั้นต่างก็เป็นคนขององค์ชายเจ็ด ดังนั้นเมื่อคนเหล่านั้นปรากฏตัวขึ้น พวกเขาก็ได้ขอให้ทุกคนออกไป
จากนั้นชายที่สวมเสื้อเกราะสีเงินก็ก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกล่าวด้วยความเคารพต่อองค์ชายเจ็ด “องค์ชายเจ็ดต้องการรับสั่งสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“คนพวกนี้มาก่อความวุ