ออกมา เมื่อองค์ชายเจ็ดได้ฟังจึงขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยถาม “เก่งกาจเพียงนี้เชียวหรือ?”
แม้ทั้งสองจะไม่อยากยอมรับ ทว่าตั้งแต่พวกเขารู้ว่าลู่เฉินสามารถเอาชนะหลาย ๆ สำนักมาได้ อีกทั้งยังจับคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์มาไม่น้อย พวกเขาจึงรู้สึกว่าลู่เฉินนั้นไม่ธรรมดา และเมื่อมาถึงนครทักษิณา พวกเขาเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้มีผู้ใดติดตามมา ดังนั้นจึงคิดที่จะลอง
ทว่าผลลัพธ์ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงก้มหน้ารับด้วยความลำบากใจ
องค์ชายเจ็ดพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมาว่า “วันนี้ข้าต้องการเห็นเขาพ่ายแพ้!”
ตู๋ซานชิงตกตะลึง “เขามีทหารยามเกราะดำ เกรงว่า…”
“คืนนี้ ข้าจะคิดหาวิธีหลอกล่อให้ทหารยามเกราะดำออกไป” องค์ชายเจ็ดครุ่นคิดขึ้นมา ตู๋ซานชิงจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “หากสามารถทำเช่นนี้ได้ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ พวกเราก็ยังสามารถลองได้อีกครั้ง!”
จางเชียนกลับรู้สึกกังวลใจ “พลังของเขาแข็งแกร่งปานนั้น ข้าเกรงว่าไม่ว่าจะลองอีกสักกี่ครั้ง ก็ไม่สามรถทำอะไรได้”
องค์ชายเจ็ดลูบปลายคางเบา ๆ พลางเอ่ยถาม “ชายผู้นี้ชอบเรื่องหญิงสาวหรือไม่?”
“หญิงสาว?” จางเชียนและตู๋ซานชิงต่างมองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าทั้งสองยังไม่เข้าใจ แต่องค์ชายเจ็ดดูเหมือนกำลังคิดเรื่องชั่วร้ายบางอย่าง “ดูท่าว่าคืนนี้อาจต้องจัดงานเลี้ยงฉลองรอเขาเสียแล้ว!”
“เราจะเชิญเขาออกมาอย่างไร?” จางเชียนอดถามขึ้นมาไม่ได้ ตู๋ซานชิงเองก็อยากรู้เช่นกั