นจึงยิ้มพลางมองไปยังทั้งคู่ “ข้าก็นึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็คือท่านทั้งสองที่ถูกอาจารย์ข้าตามไล่ล่าจนหนีกระเจิงนี่เอง!”
“นางตัวเหม็น หุบปากไปเสีย!” อารมณ์ของจางเชียนดูรุนแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนไม่น้อย
หนานเหยาเพียงยิ้มพลางเอ่ยว่า “ข้าจะพูด มีอันใดหรือไม่?”
จางเชียนตะคอกเสียงดังพร้อมชี้นิ้วทันที “ที่นี่เป็นสถานที่ของหอสมบัติสวรรค์ของข้า!”
หนานเหยาคิดไม่ถึงว่าที่นี่จะเป็นที่ของหอสมบัติสวรรค์ ตู๋ซานชิงกลับยิ้มประหลาดพลางมองไปยังลู่เฉิน “พ่อหนุ่ม เอาของวางลงดี ๆ เถิด ที่นี่ไม่ขายของให้เจ้าหรอก”
ของที่ลู่เฉินเลือกนั้นจะวางคืนไปง่าย ๆ ได้เช่นไร ดังนั้นเขาจึงเผยรอยยิ้มออกมา “ข้าเพิ่งจ่ายเงิน ก็คิดจะนำคืนไปแล้ว? เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ?”
“เพียงไม่เดินออกไปจากร้านนี้ ของทุกสิ่งนับเป็นของหอสมบัติสวรรค์ของข้า!” จางเชียนกล่าวขึ้นมาด้วยความเย่อหยิ่ง ทว่าลู่เฉินกลับแสยะยิ้มออกมา “ดูเหมือนว่าบทเรียนก่อนหน้านี้จะยังไม่เพียงพอ!”
เมื่อจางเชียนได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความโมโหขึ้นมา เพราะลู่เฉินคือผู้ที่ทำร้ายตนจนเป็นเช่นตอนนี้ มนุษย์ก็ไม่ใช่ ตัวอะไรก็ไม่เชิง ดังนั้นเขาจริงเกลียดลู่เฉินมาก “พ่อหนุ่ม เจ้าคิดจะลงมือหรือ!?”
“ที่นี่สามารถลงมือได้หรือ?” หนานเหยาย้อนถามกลับไป
“ที่นี่นับเป็นสถานที่ส่วนตัวของพวกเรา จะทำอะไรก็ได้!” เมื่อจางเชียนพูดจบก็ส่งสัญญาณไปยังเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่รอบ ๆ เสี่ยวเอ้อร์เหล่านั้นจึงรีบเชิญแข