นมองหนานเหยาด้วยความแปลกใจ ส่วนหนานเหยาก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหดหู่ “วันนั้นหลังจากเข้ามายังแดนทักษิณา ถ้าไม่อยู่ในวังก็อยู่ในจวนของพี่ชาย หรือไม่ก็ไปหาองค์ชายหก”
ลู่เฉินได้ฟังจึงยิ้มออกมา “ดูยุ่งจริงเชียว”
เมื่อหนานเหยาเห็นลู่เฉินมีท่าทีเช่นนี้ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “อาจารย์ ท่านอยากซื้อสิ่งใดหรือ?”
“ซื้ออะไรก็ได้” ชายหนุ่มตอบอย่างคลุมเครือและเพียงเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อย ๆ ขณะที่หนานเหยานั้นเหมือนได้ปล่อยวางอย่างอิสระเดินมองซ้ายมองขวาไปเรื่อย
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม หลังจากลู่เฉินได้ซื้อของในร้านค้าจำนวนหนึ่ง พลันมีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา “อย่าขายให้เขา” น้ำเสียงเช่นนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก
ชายหนุ่มหมุนตัวไปตามเสียงนั้นก็พบใครบางคนที่ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือจางเชียน ผู้ที่ถูกตนจัดการที่หอสมบัติสวรรค์ในเมืองจวนสวรรค์ รวมทั้งตู๋ซานชิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง
ก่อนหน้านี้จางเชียนได้ถูกตู๋ซานชิงใช้แมลงพิษระเบิดกายเนื้อ จากนั้นตู๋ซานชิงจึงทำให้ร่างก่อกำเนิดของจางเชียนและแมลงรวมเป็นหนึ่งเดียว ทำให้เขาในตอนนี้ดูจากภายนอกแล้วไม่แตกต่างกับคนทั่วไปมากนัก
“พ่อหนุ่ม ไม่เจอกันเสียนาน!” จางเชียนแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนไม่น้อย ขั้นพลังถึงขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อม ส่วนตู๋ซานชิงที่อยู่อีกด้านนั้นยิ้มเย้ยหยันพลางจ้องมายังลู่เฉิน
เมื่อตอนที่หนานเหยายังเป็นภูตผีนั้น นางจดจำพวกเขาทั้งสองได้ ดังนั้