ากเอ่ยว่า “ไปเสีย ติดต่อพระสนมอู่ บอกว่าหากนางต้องการความช่วยเหลือจากข้า ก็จงจัดการกับเด็กคนนี้ให้ข้า และจะเป็นการดีที่สุดหากให้ข้าได้เห็นเขาที่ยังมีชีวิตอยู่!”
“เห็นตอนที่ยังมีชีวิต?”
“ความหมายของข้าคือข้าจะฆ่าเด็กนั่นด้วยน้ำมือของข้าเอง!” นางเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว
ว่านฉงหยางตอบรับ ก่อนจะก้าวถอยหลังและลงมาที่ชั้นหนึ่ง
ตู๋เหล่าลิ่วถามอย่างกระวนกระวายว่า “อาจารย์ ราชินีองค์นี้คือผู้ใด? เหตุใดท่านถึงกลัวนางนัก?”
“อย่ากล่าวถึงนางอีก!” ว่านฉงหยางเตือน
ตู๋เหล่าลิ่วทำได้เพียงเงียบปากไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับอยากรู้อยากเห็นอย่างยิ่ง ก่อนที่ว่านฉงหยางผู้นั้นหยิบนกกระดาษส่งเสียงออกมา และหลังจากใส่สิ่งที่เขาต้องการจะพูดแล้ว เขาก็ปล่อยให้นกกระดาษบินออกไป
หลังจากนั้น นกกระดาษก็บินไปที่ตำหนักของพระสนมในพระราชวังแห่งนครทักษิณา
พระสนมอู่อยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มือเรียวกำลังเติมแต่งดวงหน้า เมื่อนกกระดาษปรากฏขึ้นที่หลังมือของนาง มันก็กลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าสู่ร่างกายของนาง
“พระสนมอู่ ราชินีตรัสว่าหากเจ้าต้องการให้นางช่วยเจ้า เจ้าจะต้องช่วยนางจับเป็นคนผู้หนึ่ง” เสียงนี้เป็นของว่านฉงหยาง
ไม่เพียงเท่านั้น ว่านฉงหยางยังให้ข้อมูลของลู่เฉินแก่พระสนมอู่
เดิมทีพระสนมอู่มีความแค้นต่อลู่เฉินอยู่แล้ว นางถึงกับคาดหวังว่าว่านฉงหยางและคนอื่น ๆ จะจัดการลู่เฉินได้ ทว่าสิ่งที่นางไม่คาดคิดก็คือว่านฉงหยางผู้นี้กลับไม่สามารถ