จัดการลู่เฉินได้ อีกทั้งยังจะให้นางจัดการเองเสียด้วย
พระสนมอู่โกรธจัดจนผุดลุกขึ้นยืน “ช่างเป็นกลุ่มคนที่พึ่งไม่ได้เสียจริง!”
แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ นางก็ทำได้เพียงตะโกนอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ผู้ใดก็ได้!”
ในเวลานี้เอง เงาสีดำพลันปรากฏขึ้นข้างหลัง
นี่คือสตรีนางหนึ่งในอาภรณ์คลุมดำ บนใบหน้ามีหน้ากากสีดำปกปิดไว้ และยังมีดอกกุหลาบสีดำบนหน้ากากอีกด้วย
“คุณหนู!” หญิงคนนั้นเอ่ยด้วยความเคารพ
“เฮยเม่ย จงไปส่งข้อความถึงท่านโหวแทนข้า และบอกกล่าวกับองค์ชายเหล่านั้น” พระสนมอู่พูดอย่างเย็นชา สตรีผู้นั้นตอบรับอย่างว่องไว “ทราบแล้วเจ้าค่ะ!”
หลังจากที่พระสนมอู่อธิบายไปครู่หนึ่ง ร่างสตรีที่ราวกับเงาสีดำผู้นั้นก็หายตัวไป
แววตาของพระสนมอู่ฉายประกายเย็นชา “ข้าไม่เชื่อว่าจะจัดการเจ้าไม่ได้!”
…
ยามนี้ลู่เฉินซึ่งอยู่บนรถม้าได้ออกจากนครทักษิณาไปแล้ว ไม่นานเขาก็มาถึงเมืองภูเขาใกล้เคียง และมาถึงเมืองพำนักเซียนในอีกสองชั่วยามต่อมา
สามารถมองเห็นได้ว่าเมืองแห่งนี้สร้างอยู่ในหุบเขา ดังนั้นการสัญจรไปมาในเมืองนี้จึงไม่สะดวกนัก อีกทั้งยังมีทางเข้าเพียงทางเดียวเท่านั้น
แต่กลับมีผู้คนมากมายอาศัยอยู่ในเมืองนี้ เพราะสมุนไพรมีค่าบางอย่างสามารถเก็บได้ในเทือกเขานี้ ดังนั้นพ่อค้าบางคนจึงแวะเวียนมาซื้อวัตถุดิบยาที่นี่ ดังนั้นผู้ฝึกตนจำนวนมากจะมาเลือกเก็บจากที่นี่ พอผ่านไปนานเข้ามันก็กลายเป็นแหล่งซื้อขายหญ้าวิญญาณที