างสงสัย และลู่เฉินรู้ว่าจอมมารที่ว่าก็คือตัวเขาเอง ดังนั้นเขาจึงตอบรับว่า “ถูกต้อง”
“ถูกฆ่าตาย แต่ข้าได้ยินว่าคนของวังเหมันต์สงัดใช้วิธีพิเศษในการชุบชีวิตเขา จากนั้นเขาก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักไสยมนต์ดำ และจากนั้นก็ฝึกฝนกลุ่มคนที่สามารถใช้ ‘เคล็ดค้นสวรรค์’ ได้ขึ้นมา” ชิงหลิงเอ๋อร์ตอบ
“ฟื้นคืนชีพ?” ลู่เฉินรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ อย่างไรเสียเขาก็เป็นคนฆ่านักพรตเทียนสุนด้วยมือของตัวเอง แล้วอีกฝ่ายจะฟื้นคืนชีพได้อย่างไรกัน?
“ถูกต้อง คืนชีพ ทว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงข่าวลือ!” ชิงหลิงเอ๋อร์นั้นพูดอย่างกระอักกระอ่วน เมื่อลู่เฉินเข้าใจ เขาก็มองไปที่ชิงหลิงเอ๋อร์ “นับจากนี้หากมีการจ้างวานฆ่าจากนครทักษิณา จะต้องรายงานข้าทั้งหมด!”
ชิงหลิงเอ๋อร์รู้ตัวว่านางไม่สามารถ ‘เป็นอิสระ’ ได้อีกต่อไป นางจึงได้แต่ประนีประนอม หากแต่นางก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจ้ามีนามว่าอะไร”
“เจ้าได้ไม่อ่านข้อมูลในซองจดหมายหรือ?”
“พวกเรามีหน้าที่แจกจ่ายภารกิจเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบ” ชิงหลิงเอ๋อร์พูดอย่างกระอักกระอ่วน ขณะที่ลู่เฉินเพียงพยักหน้ารับ “ครั้งหน้าอย่าลืมตรวจสอบอย่างระมัดระวัง”
ชิงหลิงเอ๋อร์รู้ว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไร จากนั้นชายหนุ่มก็เอ่ยนามให้ชิงหลิงเอ๋อร์รับรู้ “ข้าชื่อลู่เฉิน!”
“ท่านลู่!” ชิงหลิงเอ๋อร์แสดงความเคารพ แต่นางรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นหูมาก
“ไปกันเถอะ ออกไปข้างนอก”
ชิงหลิงเอ๋อร์ได้ยิน