หญิงสาวมาต้อนรับเพื่อให้พวกเราสั่งอาหาร และอาหารที่แตกต่างกันนั้นก็จะแสดงถึงระดับความสำเร็จที่ต่างกัน” หลัวซาตอบ
“ช่างป้องกันเข้มงวดขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“ช่วยไม่ได้ สำนักไสยมนต์ดำเป็นเช่นนี้มาตลอด”
“แล้วรู้หรือไม่ว่าสำนักไสยมนต์ดำตั้งอยู่ที่ใด?”
หลัวซาส่ายหัวปฏิเสธ “ข้าไม่เคยไป”
“เช่นนั้นพวกเจ้าถูกรับเข้าไปได้อย่างไร?”
“ถูกเล็งเห็น จากนั้นก็ถูกจับไปยังสถานที่ลับแห่งหนึ่งผ่านการฝึกฝน สวมหน้ากาก ฝังอักขระยันต์กลืนวิญญาณ แล้วจึงกลายเป็นคนของสำนักไสยมนต์ดำ” หลัวซาอธิบายออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจ ลู่เฉินกลับแย้มยิ้มพลางเอ่ยว่า “บีบบังคับกันสินะ?”
หลัวซาพยักหน้าแทนคำตอบ จากนั้นชายหนุ่มก็เปลี่ยนเรื่อง “ไปเถิด หาที่นั่งสักที่หนึ่ง”
“ไปห้องส่วนตัวดีกว่า ข้าใช้ที่นั่นเป็นประจำ”
หลัวซานำทางลู่เฉินไปยังห้องส่วนตัวแห่งหนึ่ง และที่นั่นก็มีป้ายแขวนไว้ว่า ‘จองแล้ว’
หลัวซาดันประตูเพื่อเปิดออก ภายในมีโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง มีหน้าต่างบานใหญ่บานหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามของห้องโถงใหญ่พอดี ทำให้จากภายในห้องส่วนตัวนี้สามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในห้องโถงใหญ่ได้
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง มีเสี่ยวเอ้อคนหนึ่งที่เป็นเด็กรับใช้เดินเข้ามา เขายิ้มพลางมองไปยังหลัวซาก่อนจะเอ่ยถาม “ท่านหลัวต้องการสั่งรายการใดบ้าง?”
“เสี่ยวกุ้ยจึ กฎเดิม หอดอกแก้วเก้าไห!” หลัวซาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม และผู้ที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวกุ้ยจึก็ขานรับ