นางสวมผ้าปิดตาที่ทำจากขนนกยูง ริมฝีปากบางถูกทาด้วยสีแดงสด ใบหน้าขาวผ่อง ริมฝีปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยนี้แสดงถึงลักษณะที่ดูมีความมั่นใจ
ลู่เฉินประเมินลักษณะของอีกฝ่าย เขาเดาว่าอายุน่าจะอยู่ที่ราว ๆ ยี่สิบปี
แม้อีกฝ่ายจะซ่อนพลังยุทธ์ไว้ได้อย่างดี แต่ไม่ว่าจะซ่อนไว้เช่นไร ลู่เฉินมองเพียงครั้งเดียวก็สามารถดูออก อีกฝ่ายไปถึงขั้นก่อกำเนิดระดับต้น ส่วนรากวิญญาณนั้นอาจจะไปถึงขั้นรากวิญญาณแปดดาวก็เป็นได้
‘ความสามารถ… ก็ไม่แย่นี่’ ลู่เฉินพึมพำในใจ
ขณะนั้นเองก็มีสาวใช้เดินตามหญิงสาวผู้นี้เข้ามาอีกสองสามคน พวกนางก้าวมาด้านหน้าเพื่อดึงบานหน้าต่างใหญ่ ทำให้ห้องนี้ถูกปิดสนิทจากด้านนอก และสาวใช้เหล่านั้นก็เดินออกไป ปิดประตู ทำให้ภายในห้องเหลือเพียงสามคนเท่านั้น
หลัวซากล่าวแสดงความเคารพอีกฝ่าย “แม่นางนกยูง”
“ว่ามาเถิด อยากรู้เรื่องใด?” หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าแม่นางนกยูงมองไปยังหลัวซาด้วยแววตาสงสัย แต่หลัวซารู้ว่ารอบด้านนี้ถูกปิดกั้นเสียง เขาจึงมองไปยังลู่เฉินพลางส่งสัญญาณเป็นคำพูดว่า ‘นางคือผู้ที่มอบภารกิจให้ข้า’
ลู่เฉินผุดลุกขึ้นยืน เขาแย้มยิ้มพลางมองไปยังหญิงสาวผู้นั้น “ขณะที่พวกเรากำลังทำภารกิจนั้น ก็พบกับปัญหาอย่างหนึ่ง”
หญิงสาวจึงมองไปยังลู่เฉินพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เหตุใดก่อนหน้านี้จึงไม่เคยพบเจ้ามาก่อน?”
ลู่เฉินนำแผ่นป้ายออกมา ขณะเดียวกัน บนร่างกายยังแผ่กลิ่นอายเช่นเดียวกับแผ่นป้ายนี้
หญิงสาว