ังใบหน้าของตน “เช่นนี้ เหมือนหรือยัง?”
หลัวซาส่ายหัว “ทุกคนในสำนักไสยมนต์ดำจะมีแผ่นป้ายที่เป็นเอกลักษณ์ และแผ่นป้ายนี้จะผูกเข้ากับลมหายใจของทุกคน ไม่สามารถปลอมแปลงขึ้นมาได้”
ลู่เฉินแสยะยิ้ม “หน้ากากนี้เป็นของผู้ใด?”
ขณะนั้นเองก็มีคนตะโกนตอบกลับมาว่า “ข้า!”
“เช่นนั้นนำแผ่นป้ายของเจ้ามาให้ข้ายืมใช้เสียหน่อย”
ชายผู้นั้นนำแผ่นป้ายออกมาด้วยความสงสัย แต่ลู่เฉินกลับมองไปยังแผ่นป้าย เขานำหน้ากากมาสวมไว้ กลิ่นอายบนร่างก็จำลองให้เหมือนชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว “เช่นนี้ก็น่าจะเหมือนแล้ว!”
ทุกคนตกตะลึงขึ้นมา เพราะกลิ่นอายของลู่เฉินนั้นสามารถจำลองขึ้นมาเหมือนผู้อื่นได้
“เจ้า… ทำได้อย่างไร?” หลัวซาตกตะลึง แต่ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยว่า “เพียงการจำกลิ่นอายเท่านั้น เรื่องง่าย ๆ”
ง่าย ๆ? ทุกคนมองลู่เฉินราวกับเป็นสิ่งประหลาด ทว่าเจ้าตัวกลับลุกขึ้นยืนและชี้ไปยังหลัวซา “นอกจากเจ้า คนอื่น ๆ จงไปสืบข่าวคราวของวังเหมันต์สงัดให้ข้าเสียหน่อย ยิ่งละเอียดยิ่งดี”
“วังเหมันต์สงัด?” ทุกคนต่างมองหน้ากัน
“เมื่อได้ข่าวคราวมา เจ้าจงรายงานต่อผู้นำของเจ้า แล้วให้ผู้นำของพวกเจ้ามาหาข้าเป็นการส่วนตัวก็พอ” ลู่เฉินพูดจบก็มองไปยังหลัวซาพลางเอ่ยถาม “มีปัญหาใดหรือไม่?”
หลัวซาส่ายหัวปฏิเสธทันที “ไม่มีปัญหา!”
“ได้ ทุกคนแยกย้ายกันไปทำเรื่องที่พวกเจ้าควรทำเถอะ”
คนเหล่านั้นจึงรีบออกไปทันที
ลู่เฉินมองไปยังหลัวซาพลางยิ้มแล้