อย่าเข้ามาใกล้!”
“แต่!” หนานเหยารู้สึกใจร้อนดั่งไฟสุม
หนานลัวจึงเอ่ยปลอบโยน “อย่ารีบร้อน กลิ่นอายของเขายังอยู่”
หนานเหยาตรวจสอบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะแน่ใจแล้วว่าลมหายใจของลู่เฉินยังคงอยู่ที่นั่น
ยามนี้เอง ลำแสงสีเขียวสลายหายไปแล้ว ส่วนลู่เฉินก็ยืนอยู่ ณ จุดนั้นโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ หนานเหยาที่เห็นเช่นนั้นพลันถอนหายใจด้วยความโล่งอกและรีบกล่าวถาม “ท่านอาจารย์ เกิดอันใดขึ้น?”
“ชายคนนั้นใช้พลังปราณสำแดงเคล็ดวิชาพฤกษามอดไหม้”
“เคล็ดวิชาพฤกษามอดไหม้?” หนานเหยาถึงกับฉงน
“ใช่ แสงสีเขียวนั้นสามารถสร้างพลังการเผาไหม้ที่แข็งแกร่งได้”
หนานเหยาจึงมองไปที่มันทันที และแน่นอนว่าแม้แต่ท่อนไม้ก็ถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน ส่วนโลหะอื่น ๆ เองก็เปลี่ยนรูปร่าง หนานลัวได้ยินเช่นนั้นก็ก้าวเข้าไปตรวจสอบ
จากนั้น ผู้พิทักษ์เกราะดำหมายเลข 36 ก็เข้ามาและพูดกับหนานลัวด้วยความเคารพว่า “คนพวกนี้ถูกจัดการแล้ว แต่…”
“แต่อันใด?” หนานลัวพลันฉงน และผู้พิทักษ์เกราะดำหมายเลข 36 ก็ชี้ไปยังกองศพที่อยู่ห่างออกไปแล้วกล่าวว่า “พวกเขาตายหมดแล้ว ดังนั้นเราจึงไม่รู้ว่าพวกมันมาจากไหน”
หนานเหยาโกรธเกรี้ยวทันที สองขาพลันก้าวไปข้างหน้า จากนั้นมือก็เลิกผ้าคลุมหน้าของพวกเขาออก พลันพบว่ามีจุดดำเล็ก ๆ ใต้แก้มขวาของคนเหล่านี้ หากดูใกล้ ๆ แล้วจะพบว่าจุดดำนี้ดูเหมือนเป็นสัญลักษณ์บางอย่าง
“คนเหล่านี้มีที่มาอย่างไร?” หนานเหยารู้สึกหดหู่ใจเมื่อเห็นกอง